pro cta pro cta line cta pro cta fb cta

Vanish Clinic

นวัตกรรมเลเซอร์รักษาผิว Scanxel Laser หรือ ScanX 4D คืออะไร ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ปัญหาหลุมสิวลึก รอยแผลเป็น รอยแตกลาย หรือแม้แต่ปัญหาติ่งเนื้อที่กวนใจ ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน หลายคนพยายามแก้ไขด้วยการทาสกินแคร์ราคาแพง แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง เพราะปัญหาผิวระดับโครงสร้างเหล่านี้ไม่สามารถฟื้นฟูได้ด้วยการบำรุงเพียงผิวเผิน แต่ต้องอาศัยนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้าไปกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่จากภายใน ซึ่ง Scanxel Laser หรือ ScanX 4D คือหนึ่งในเทคโนโลยีเลเซอร์ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ผิวหนังว่าสามารถตอบโจทย์การรักษาปัญหาผิวเหล่านี้ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ

Scanxel Laser หรือ ScanX 4D คืออะไร?

Scanxel Laser หรือที่มีการพัฒนาโปรแกรมการรักษาในชื่อ ScanX 4D คือ นวัตกรรมเลเซอร์ในกลุ่มคาร์บอนไดออกไซด์ (Fractional CO2 Laser) ที่มีความยาวคลื่น 10,600 นาโนเมตร ซึ่งเป็นความยาวคลื่นที่น้ำในเซลล์ผิวหนังดูดซับพลังงานได้ดีที่สุด เทคโนโลยีนี้โดดเด่นในเรื่องการปล่อยคลื่นพลังงานขนาดเล็กจิ๋วลงลึกถึงชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซ่อมแซมและสร้างเซลล์ผิวใหม่

สิ่งที่ทำให้ ScanX 4D แตกต่างคือระบบสแกนเนอร์อัจฉริยะที่สามารถควบคุมทิศทาง ความลึก และรูปแบบการปล่อยพลังงานได้อย่างแม่นยำสูง ทำให้แพทย์สามารถออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคลได้อย่างเฉพาะเจาะจง ตัวเครื่องและเทคโนโลยีได้รับการรับรองมาตรฐานสากลทั้งจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (US FDA) และ อย. ไทย (Thai FDA) จึงมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ได้มาตรฐานระดับโลก

Scanxel หรือ ScanX 4D Laser ช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ด้วยกลไกการทำงานที่ครอบคลุมทั้งการตัดทำลายเนื้อเยื่อส่วนเกินและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ Scanxel หรือ ScanX 4D Laser จึงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการรักษาปัญหาผิวได้อย่างหลากหลายมิติ ดังนี้

1. หลุมสิวและแผลเป็น

การรักษาหลุมสิว (Acne Scars) คือจุดเด่นสำคัญของเครื่องนี้ โดยใช้กลไกการทำให้เกิดรอยแผลขนาดเล็กจำนวนมากระดับไมครอน (Microscopic Treatment Zones: MTZs) ลงลึกไปถึงชั้นหนังแท้ ความร้อนจากเลเซอร์จะเข้าไปทำลายพังผืด (Fibrotic bands) ที่ดึงรั้งหลุมสิวไว้ พร้อมกับกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast ให้เร่งสร้างคอลลาเจน (Collagen) และอีลาสติน (Elastin) ขึ้นมาใหม่เพื่อเติมเต็มหลุมสิวให้ตื้นขึ้นและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ

2. ปัญหาจุดด่างดำและติ่งเนื้อ

สำหรับปัญหาติ่งเนื้อ ไฝ หูด หรือกระเนื้อ เลเซอร์จะใช้หลักการ Vaporization หรือการระเหยของน้ำในเซลล์ พลังงานแสงจะเปลี่ยนเป็นความร้อนอย่างรวดเร็วและทำลายเนื้อเยื่อส่วนเกินเหล่านั้นให้หลุดลอกออกไปในทันที โดยมีความแม่นยำสูงมาก ทำให้ไม่เกิดการบาดเจ็บต่อผิวหนังบริเวณโดยรอบ และลดโอกาสการเกิดแผลเป็นหลังทำ

3. รอยแตกลาย

รอยแตกลาย (Stretch Marks) เกิดจากการยืดขยายของผิวหนังอย่างรวดเร็วทำให้โครงสร้างคอลลาเจนฉีกขาด ScanX 4D จะส่งพลังงานลงไปจัดเรียงโครงสร้างผิวบริเวณนั้นใหม่ (Skin Remodeling) โดยลอกเซลล์ผิวชั้นบนที่เสื่อมสภาพออก และกระตุ้นโครงสร้างชั้นล่างให้สร้างเส้นใยคอลลาเจนที่หนาตัวและแข็งแรงขึ้น สีของรอยแตกลายจะค่อยๆ กลืนไปกับสีผิวปกติและผิวสัมผัสจะเรียบเนียนขึ้น

4. กระชับรูขุมขน

พลังงานความร้อนที่ส่งผ่านลงไปในชั้นผิวจะทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมเกิดการหดตัว (Collagen Contraction) ทันที ส่งผลให้รูขุมขนที่เคยกว้างดูเล็กลงและกระชับขึ้น นอกจากนี้กระบวนการ Neocollagenesis (การสร้างคอลลาเจนใหม่) ในระยะยาวยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผนังรูขุมขน ทำให้ผิวหน้าดูเนียนละเอียดและสะท้อนแสงได้ดีขึ้น

5. ยกกระชับผิวที่ดูหย่อนคล้อย

แม้จะไม่ใช่เครื่องยกกระชับโดยตรงอย่างกลุ่มคลื่นวิทยุหรืออัลตราซาวนด์ แต่พลังงานความร้อนแบบ Bulk Heating จาก ScanX 4D สามารถลงลึกไปกระตุ้นโครงสร้างผิวชั้นหนังแท้ให้ตึงตัวขึ้นได้ ช่วยลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ (Fine lines) และปรับสภาพผิวที่ดูหย่อนคล้อยให้กลับมาเฟิร์มกระชับ อิ่มฟู ดูอ่อนเยาว์

โหมดการทำงานเครื่อง Scanxel หรือ ScanX 4D laser

ความเหนือระดับของ Scanxel Laser คือการรวมเอา 2 เทคโนโลยีการรักษามาไว้ในเครื่องเดียว ทำให้แพทย์สามารถเลือกใช้หรือผสมผสานโหมดการทำงานเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละสภาพปัญหา

1. เทคโนโลยี Fractional CO2 Laser

  • ชื่อเรียกและอักษรย่อ: Fractional Carbon Dioxide Laser (Fractional CO2)
  • การทำงานและจุดเด่น: โหมดนี้ทำงานโดยการปล่อยแสงเลเซอร์ผ่านตะแกรงกรองแสงให้ออกมาเป็นจุดเล็กๆ จำนวนมาก (Fractionated beam) ลงบนผิว โดยจะเหลือพื้นที่ผิวหนังปกติที่ไม่ได้โดนเลเซอร์แทรกอยู่ระหว่างรอยเลเซอร์เหล่านั้น
  • ข้อเปรียบเทียบ: หากเปรียบเทียบกับเลเซอร์กรอผิวรุ่นเก่าที่ลอกผิวออกทั้งแผ่น โหมด Fractional จะช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้น (Downtime) ลงได้มากกว่า 70% ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และลดโอกาสเกิดรอยดำหลังทำ (PIH) ได้อย่างมีนัยสำคัญ เหมาะสำหรับการฟื้นฟูผิวเป็นบริเวณกว้าง เช่น การรักษาหลุมสิวและรูขุมขน

2. เทคโนโลยี Conventional CO2 Laser

  • ชื่อเรียกและอักษรย่อ: Conventional Continuous Wave CO2 Laser (Surgical CO2)
  • การทำงานและจุดเด่น: โหมดนี้คือการปล่อยแสงเลเซอร์แบบเส้นตรงต่อเนื่อง (Continuous beam) หรือแบบพัลส์ (Pulsed) เพื่อใช้ในการตัดหรือทำลายเนื้อเยื่อแบบเจาะจงเป้าหมาย
  • ข้อเปรียบเทียบ: เมื่อเปรียบเทียบกับการผ่าตัดด้วยมีดหมอแบบดั้งเดิม Conventional CO2 Laser จะให้ความแม่นยำสูงกว่ามาก และด้วยคุณสมบัติความร้อนจากเลเซอร์ที่ช่วยห้ามเลือด (Coagulation) ไปในตัว ทำให้แผลสวย ไม่มีเลือดออก และฟื้นตัวได้เร็วกว่า เหมาะสำหรับการจี้ไฝ ติ่งเนื้อ และสิวหิน

ข้อควรทราบก่อนทำ SCANXEL Laser หรือ ScanX 4D

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและป้องกันผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการหลังทำเลเซอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญมาก

1. การพักฟื้น

การวางแผนเวลาพักฟื้นคือหัวใจสำคัญของการทำเลเซอร์กลุ่มนี้ กรณีรักษาด้วยโหมด Fractional (เช่น รักษาหลุมสิว รูขุมขน) หลังทำผิวจะมีอาการแดงและร้อนผ่าว ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นใน 24 ชั่วโมง จากนั้นผิวจะเริ่มตกสะเก็ดเป็นจุดเล็กๆ สีน้ำตาลทั่วบริเวณที่ทำ ซึ่งสะเก็ดเหล่านี้จะลอกหลุดออกไปเองตามธรรมชาติภายใน 3-7 วัน (ห้ามแกะหรือเกาเด็ดขาด) ส่วนกรณีใช้โหมด Conventional จี้ติ่งเนื้อ อาจเกิดเป็นแผลหลุมตื้นๆ ซึ่งใช้เวลาสมานตัวประมาณ 1-2 สัปดาห์

2. การดูแลแผล หรือผิวหน้า

การดูแลผิวหลังทำส่งผลต่อผลลัพธ์กว่า 50% ในช่วง 24 ชั่วโมงแรกควรงดโดนน้ำ จากนั้นสามารถล้างหน้าด้วยน้ำเปล่าหรือคลีนเซอร์สูตรอ่อนโยนได้ ต้องทามอยส์เจอร์ไรเซอร์เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอย่างสม่ำเสมอ และที่สำคัญที่สุดคือต้องหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด พร้อมทาครีมกันแดดที่มี SPF 50 PA+++ ขึ้นไปเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหารอยดำหลังเลเซอร์ (PIH)

3. ผลลัพธ์

ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการสร้างคอลลาเจนใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน ผลลัพธ์ของการทำ ScanX 4D จะค่อยๆ เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยจะเริ่มเห็นผิวเรียบเนียนขึ้นชัดเจนในสัปดาห์ที่ 3-4 เป็นต้นไป และคอลลาเจนจะยังคงสร้างต่อเนื่องไปอีก 3-6 เดือน

ขั้นตอนการทำหัตถการด้วย Scanxel Laser หรือ ScanX 4D Laser ที่ The Vanish Clinic 

การทำหัตถการมีความปลอดภัยสูงและใช้เวลาไม่นาน โดยมีขั้นตอนมาตรฐานดังนี้

  • ทำความสะอาดผิว: เช็ดเครื่องสำอางและทำความสะอาดสิ่งสกปรกบนใบหน้าอย่างหมดจด
  • ทายาชา: ชโลมยาชาทิ้งไว้บริเวณที่ต้องการรักษาประมาณ 45-60 นาที เพื่อให้รู้สึกสบายที่สุดขณะทำ
  • เริ่มการรักษา: แพทย์ผู้ชำนาญการจะปรับค่าพลังงาน ScanX 4D ให้เหมาะสมกับรอยโรคและเริ่มยิงเลเซอร์ ใช้เวลาประมาณ 15-30 นาที ขึ้นอยู่กับบริเวณที่รักษา ดูตัวอย่างการทำหัตถการได้จาก คลิปนี้ รีวิว โปรแกรม เลเซอร์ลบรอยแผลเป็นนูนด้วยเครื่อง Scanxel Laser
  • ประคบเย็นและบำรุง: หลังทำจะมีการประคบเย็นเพื่อลดอุณหภูมิผิว และทาครีมบำรุงหรือยาลดการระคายเคืองตามคำสั่งแพทย์

Scanxel Laser หรือ ScanX 4D Laser เหมาะกับใครบ้าง

  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิวลึกทุกประเภท (Ice pick, Boxcar, Rolling scar)
  • ผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน แต่งหน้าไม่ติด
  • ผู้ที่ต้องการกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน ติ่งเนื้อ หูด หรือสิวหิน
  • ผู้ที่มีปัญหารอยแตกลายตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย
  • ผู้ที่มีริ้วรอยตื้นๆ และต้องการกระชับผิวหน้าให้ดูเด็กลง
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวแบบเร่งด่วน โดยมีเวลาพักฟื้นประมาณ 3-7 วัน

Scanxel Laser หรือ ScanX 4D Laser ผลลัพธ์เป็นอย่างไร อยู่ได้นานไหม

ผลลัพธ์ของการทำ Scanxel หรือ ScanX 4D จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ โดยทั่วไปการรักษาหลุมสิวจะเห็นผลลัพธ์หลุมตื้นขึ้นประมาณ 20-30% ต่อการรักษา 1 ครั้ง และหากต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดสำหรับหลุมสิวลึก อาจต้องทำซ้ำประมาณ 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างกัน 4-6 สัปดาห์ตามที่แพทย์ประเมิน

ในส่วนของความคงทนนั้น ผลลัพธ์ที่ได้จากการรักษาหลุมสิวและรอยแผลเป็นถือเป็น ผลลัพธ์ถาวร เนื่องจากเนื้อเยื่อและคอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาใหม่ได้ถูกเติมเต็มลงในโครงสร้างผิวเรียบร้อยแล้ว ส่วนผลลัพธ์ด้านการกระชับรูขุมขนและลดริ้วรอย จะอยู่ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับการดูแลผิว พฤติกรรมการใช้ชีวิต และการปกป้องผิวจากแสงแดดของแต่ละบุคคล

สรุป Scanxel หรือ ScanX 4D laser จบทุกปัญหาผิวที่ The Vanish Clinic

Scanxel Laser หรือ ScanX 4D คือสุดยอดนวัตกรรมเลเซอร์ที่ช่วยรีเซ็ตผิวใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการจัดการหลุมสิวที่รักษายาก รูขุมขนกว้าง หรือติ่งเนื้อกวนใจ อย่างไรก็ตาม เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงย่อมต้องอาศัยฝีมือของแพทย์ที่มีความชำนาญในการวิเคราะห์ผิวและตั้งค่าพลังงานได้อย่างแม่นยำ

ที่ The Vanish Clinic เรามีบริการ ScanX 4D ที่ดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการเฉพาะทาง พร้อมประเมินปัญหาผิวแบบ Case by Case เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่ตรงจุด ได้ผลลัพธ์สูงสุด และปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณโดยเฉพาะ หากคุณกำลังมองหาทางออกเพื่อผิวหน้าเรียบเนียน ไร้รอยสิว คืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง สามารถทักเข้ามาปรึกษาและประเมินสภาพผิวที่ The Vanish Clinic ได้เลยตั้งแต่วันนี้