pro cta line cta fb cta

Vanish Clinic

Ultraformer III คืออะไร? เจาะลึกนวัตกรรมยกกระชับ MMFU กู้ผิวหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัด

เรื่องความหย่อนคล้อยของผิวหน้าเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่เทคโนโลยีทางการแพทย์ในปัจจุบันทำให้เราสามารถ “โกงอายุ” ผิวได้โดยไม่ต้องพึ่งมีดหมอ หนึ่งในหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงสุดในขณะนี้คือ Ultraformer III เครื่องมือยกกระชับที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

บทความนี้ The Vanish Clinic จะพาไปทำความเข้าใจกลไกการทำงานระดับลึก (Deep mechanism) ว่าทำไมคลื่นเสียงความถี่สูงตัวนี้ถึงสามารถกระตุ้นคอลลาเจนได้จริง เปรียบเทียบความต่างกับเครื่องมืออื่น ๆ และเหตุผลว่าทำไมการเลือกทำกับผู้เชี่ยวชาญถึงสำคัญกว่าแค่การดูราคาโปรโมชั่น

รู้จักเทคโนโลยี MMFU หัวใจสำคัญของ Ultraformer III

Ultraformer III คือเครื่องมือยกกระชับผิวหน้าและสลายไขมันที่ใช้เทคโนโลยีอัลตราซาวนด์ความเข้มข้นสูง หรือที่เรียกว่า MMFU (Micro & Macro Focused Ultrasound) ซึ่งถือเป็น Generation ที่ 3 ของการพัฒนาเครื่องมือกลุ่มนี้ โดยมีความเสถียรของพลังงานสูงกว่า Hifu ทั่วไป

H3 กลไกการออกฤทธิ์ทางชีวภาพ (Biological Mechanism)

ในทางวิชาการ หลักการทำงานของเครื่องไม่ได้เป็นเพียงการส่งความร้อนลงไปเฉย ๆ แต่คือการสร้าง Thermal Coagulation Points (TCP) หรือจุดความร้อนที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงลงลึกสู่ชั้นผิว

  1. Micro Focused Ultrasound: ปล่อยพลังงานเป็นจุดเล็ก ๆ (Dot) ลงลึกสู่ชั้นผิวหนังแท้และชั้น SMAS (Superficial Muscular Aponeurotic System) พลังงานนี้จะทำให้อุณหภูมิใต้ผิวหนังสูงขึ้นถึง 65-75 องศาเซลเซียส
  2. Neocollagenesis: เมื่อเกิดความร้อนในระดับดังกล่าว จะเกิดกระบวนการ Denaturation หรือการหดตัวของเส้นใยคอลลาเจนเดิมทันที ส่งผลให้เกิดการยกกระชับ (Lifting) และกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ (New Collagen Formation) ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวแน่นและยืดหยุ่นขึ้นในระยะยาว

เจาะลึกหัวยิง 3 ระดับ (Cartridges) เพื่อการแก้ปัญหาที่ตรงจุด

ความพิเศษของ Ultraformer III ที่เหนือกว่าเครื่องมือรุ่นเก่า คือความสามารถในการปล่อยพลังงานลงสู่ชั้นผิวได้หลายระดับความลึก ผ่านหัวยิง (Cartridge) ที่แตกต่างกัน เพื่อแก้ปัญหาในแต่ละชั้นผิวได้อย่างแม่นยำ

  • หัว 1.5 mm และ 2.0 mm (Cherry Pink):
    • เป้าหมาย: ชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ตอนบน (Upper Dermis)
    • ผลลัพธ์: เน้นเรื่องงานผิว (Skin Quality) ลดริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา หน้าผาก หรือมุมปาก ช่วยกระชับรูขุมขน และปรับผิวให้เรียบเนียน หัว 2.0 mm ออกแบบมาพิเศษให้เข้าถึงซอกเล็ก ๆ บนใบหน้าได้ดี
  • หัว 3.0 mm:
    • เป้าหมาย: ชั้นหนังแท้ส่วนลึก (Deep Dermis) และชั้นไขมัน
    • ผลลัพธ์: กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินอย่างเข้มข้น ช่วยสลายไขมันสะสมบางส่วน ทำให้ใบหน้าดูแน่นเฟิร์มขึ้น
  • หัว 4.5 mm:
    • เป้าหมาย: ชั้น SMAS (ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ใช้ผ่าตัดดึงหน้า)
    • ผลลัพธ์: เป็นหัวใจสำคัญของการ “ยกหน้า” สร้างโครงตาข่ายผิวให้ตึงกระชับ เก็บกรอบหน้า และลดความหย่อนคล้อยของแก้มห้อย

Note: นอกจากนี้ยังมีหัวแบบ Macro Focused (6.0mm, 9.0mm, 13.0mm) สำหรับใช้กับผิวกายเพื่อสลายไขมันและกระชับสัดส่วน ซึ่งมีพลังงานสูงกว่าหัวหน้าถึง 8 เท่า

โปรแกรม Ultraformer III เหมาะกับใครบ้าง

ไม่ใช่ทุกคนที่เดินเข้ามาแล้วต้องทำ Ultraformer III เสมอไป แต่จากสถิติและงานวิจัยพบว่ากลุ่มที่ทำแล้วเห็นผลลัพธ์ “จึ้ง” ที่สุด คือผู้ที่มีปัญหาดังนี้:

  • ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง: เริ่มเห็นร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก หรือกรอบหน้าไม่ชัดเจนเหมือนแต่ก่อน
  • สายกลัวเข็ม กลัวมีด: คนที่อยากหน้ายกแต่ยังไม่พร้อมผ่าตัดดึงหน้า หรือไม่อยากฉีดฟิลเลอร์/โบท็อกซ์ เพราะกลัวหน้าเปลี่ยนรูปจนเกินไป
  • ผู้ที่มีปัญหาคางสองชั้น (Double Chin): พลังงาน Macro Focused ของ Ultraformer III สามารถสลายไขมันส่วนเกินบริเวณใต้คางได้ดีมาก
  • คนที่มีริ้วรอยรอบดวงตาและหางตา: หัวยิงพิเศษ 2.0 mm ออกแบบมาเพื่อยกคิ้วและลดถุงใต้ตาโดยเฉพาะ
  • กลุ่มอายุ 25-30+ : เป็นการ “Pre-juvenation” หรือการสกัดกั้นความร่วงโรยก่อนที่คอลลาเจนจะเสื่อมสภาพตามวัย ช่วยคงความอ่อนเยาว์ไว้ได้นานขึ้น

Ultraformer III / Ulthera / Thermage / Oligio ต่างกันอย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนที่สุด เราสรุปความแตกต่างของแต่ละเครื่องมือยอดฮิตในท้องตลาดมาให้ดังนี้

เครื่องมือเทคโนโลยีหลักชั้นผิวที่เน้นจุดเด่นเหมาะสำหรับ
Ultraformer IIIMMFU (Ultrasound)SMAS / Dermis / Fatคุ้มค่า เจ็บน้อย ยิงเร็วยกกระชับ เก็บกรอบหน้า สลายไขมัน
Ulthera SPTMicro-Focused (Ultrasound)SMAS (แม่นยำสูง)มีหน้าจอ Real-time เห็นชั้นผิวยกคิ้ว ดึงหน้าถาวร (อยู่ได้นาน 1 ปี+)
Thermage FLXMonopolar RF (คลื่นวิทยุ)Dermis / Fatเน้นความแน่น (Tightening)คนไขมันแก้มเยอะ ผิวฟู รูขุมขนกระชับ
OligioMonopolar RF (คลื่นวิทยุ)Dermisเหมือน Thermage แต่เจ็บน้อยกว่าเน้นผิวใส กระชับรูขุมขน สไตล์เกาหลี

Tips จากหมอ The Vanish Clinic: ถ้าเน้น “ดึงหน้าให้ยก” เลือก Ultraformer III หรือ Ulthera แต่ถ้าเน้น “ผิวแน่น ส้มหยุด” หรือลดไขมันแก้มเยอะ ๆ ให้เลือก Thermage หรือ Oligio ที่ The Vanish Clinic เรามักจะแนะนำการทำแบบ Combo เพื่อผลลัพธ์ที่ดี

โปรแกรม Ultraformer III ทำจุดไหนได้บ้าง ต้องทำกี่ช็อตถึงจะเห็นผล?

จำนวนช็อต (Line/Shot) คือปัจจัยสำคัญที่กำหนดผลลัพธ์ หากยิงน้อยเกินไปพลังงานจะไม่ถึงเกณฑ์ที่จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Thermal Threshold) โดยจุดยอดนิยมมีดังนี้:

  • รอบดวงตา / ยกคิ้ว: ใช้ประมาณ 100 – 200 ช็อต ช่วยลดถุงใต้ตาและทำให้ตาดูโตขึ้น
  • แก้ม 2 ข้าง (เน้นร่องแก้ม): ใช้ประมาณ 300 – 400 ช็อต เพื่อยกกระเปาะแก้มให้ดูเรียบเนียน
  • กรอบหน้าและใต้คาง (Jawline & Double Chin): ใช้ประมาณ 200 – 300 ช็อต เพื่อเก็บเหนียงและสร้างแนวกรามที่คมชัด
  • ทั่วใบหน้า (Full Face): แนะนำที่ 500 – 600 ช็อตขึ้นไป เพื่อผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทุกปัญหา
  • ลำคอ (Neckline): ประมาณ 200 ช็อต เพื่อลดริ้วรอยเหี่ยวย่นรอบคอ

หมายเหตุ: จำนวนช็อตที่แน่นอน แพทย์ที่ The Vanish Clinic จะประเมินจากความหย่อนคล้อยจริงของแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุดโดยไม่เสียช็อตไปโดยเปล่าประโยชน์

การเตรียมตัวก่อนทำโปรแกรม Ultraformer III

เพื่อให้การทำ Ultraformer III ได้ประสิทธิภาพสูงสุด และลดโอกาสเกิดผลข้างเคียง แนะนำให้เตรียมตัวดังนี้ครับ:

  1. งดหัตถการกลุ่มเลเซอร์ร้อน: ควรงดการทำเลเซอร์ที่ให้ความร้อนสูงบนใบหน้าประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนทำ
  2. งดรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด: เช่น แอสไพริน หรืออาหารเสริมบางชนิด (วิตามินอี, แปะก๊วย, น้ำมันปลา) ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสการบวมช้ำ
  3. ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น: ผิวที่อิ่มน้ำจะส่งผ่านพลังงานอัลตราซาวนด์ได้ดีกว่าผิวที่แห้งกร้าน แนะนำให้ดื่มน้ำเยอะ ๆ และทาครีมบำรุงล่วงหน้า
  4. หากมีการฉีดฟิลเลอร์หรือโบท็อกซ์: ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนมาทำ Ultraformer III (หรือปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ)
  5. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ: ร่างกายที่พร้อมจะช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

ทำไมต้องทำ Ultraformer III ที่ The Vanish Clinic

การใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ เป็นเพียงครึ่งหนึ่งของความสำเร็จ อีกครึ่งหนึ่งคือ “ทักษะการออกแบบรูปหน้าของแพทย์” ที่ The Vanish Clinic เราให้ความสำคัญในทุกรายละเอียด

  1. Personalized Vector Design: แพทย์ของเราไม่ได้ยิงตามแพทเทิร์นเดิม ๆ กับทุกคน แต่จะวิเคราะห์โครงหน้า ชั้นไขมัน และทิศทางของกล้ามเนื้อ (Vector) เพื่อออกแบบแนวการยิงให้หน้ายกกระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งหรือตอบจนเกินไป
  2. Genuine Machine Guarantee: มั่นใจได้ 100% ว่าเครื่อง Ultraformer III ของเราเป็นเครื่องแท้ นำเข้าถูกต้อง ผ่านการรับรองมาตรฐาน สามารถตรวจสอบได้
  3. Honest Consultation: เราประเมินจำนวนช็อตตามความเป็นจริง ไม่ขายเกินความจำเป็น หากปัญหาผิวหน้าต้องแก้ด้วยวิธีอื่น แพทย์จะแนะนำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ถาม-ตอบ ข้อสงสัยก่อนตัดสินใจ (FAQ)

ทำ Ultraformer III เจ็บไหม?

ความรู้สึกระหว่างทำจะอุ่น ๆ ร้อน ๆ บริเวณใต้ผิวหนัง และอาจรู้สึกจี๊ด ๆ เล็กน้อยบริเวณที่มีกระดูก (เช่น แนวสันกราม หรือโหนกแก้ม) ซึ่งแสดงว่าพลังงานลงลึกถึงชั้น SMAS จริง ระดับความเจ็บถือว่าน้อยกว่า Ulthera มากและไม่ต้องพักฟื้น

ทำกี่ครั้งถึงเห็นผล และอยู่ได้นานแค่ไหน?

หลังทำทันทีจะรู้สึกว่าหน้ายกกระชับขึ้นประมาณ 10-20% และจะเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วง 1 เดือนหลังทำ ผลลัพธ์โดยเฉลี่ยอยู่ได้นาน 6-8 เดือน แนะนำให้ทำซ้ำปีละ 1-2 ครั้งเพื่อ maintain คอลลาเจนให้ผิวหน้าดูเด็กอยู่เสมอ

หลังทำต้องดูแลตัวเองอย่างไร?

ข้อดีที่สุดของ Ultraformer III คือไม่มีแผล (Non-invasive) สามารถแต่งหน้าและใช้ชีวิตประจำวันได้ทันที ควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนจัด (เช่น ซาวน่า หรือเลเซอร์ร้อนอื่น ๆ) ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และทาครีมกันแดดเป็นประจำ

สรุปบทความ Ultraformer III

Ultraformer III เป็นทางเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้า เก็บกรอบหน้า และฟื้นฟูคอลลาเจน โดยไม่ต้องเจ็บตัวเหมือนการผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยี MMFU ที่ให้พลังงานเสถียรและลึกถึงชั้น SMAS

หากคุณกำลังมองหาการปรับรูปหน้าที่ปลอดภัยและเห็นผลจริง เข้ามาปรึกษาแพทย์ที่ The Vanish Clinic เพื่อประเมินรูปหน้าและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณโดยเฉพาะ

References

Classys Inc. (2020). Ultraformer III: High-intensity focused ultrasound for non-invasive face lifting and body contouring [White Paper]. Classys Global Medical Research & Development.

Fabi, S. G. (2015). Noninvasive skin tightening: Focus on new ultrasound techniques. Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology, 8, 47–52. https://doi.org/10.2147/CCID.S69118

Ko, E. J., Hong, J. Y., Kwon, T. R., Choi, S. Y., Kim, S. Y., Choi, M. S., & Kim, B. J. (2017). Efficacy and safety of non-invasive skin tightening with high-intensity focused ultrasound for facial and neck laxity. Journal of Cosmetic and Laser Therapy, 19(6), 336–340. https://doi.org/10.1080/14764172.2017.1340414

Park, H., Kim, E., Kim, J., Ro, Y., & Ko, J. (2015). High-intensity focused ultrasound for the treatment of wrinkles and skin laxity in seven different facial areas. Annals of Dermatology, 27(6), 688–693. https://doi.org/10.5021/ad.2015.27.6.688Seok, J., Choi, S. Y., Park, K. Y., & Li, K. (2018). Evaluation of the efficacy and safety of a newer micro-focused ultrasound device with a 2.0 mm transducer on facial laxity. Dermatologic Therapy, 31(6), e12711. https://doi.org/10.1111/dth.12711