pro cta line cta fb cta

Vanish Clinic

กระตุ้นคอลลาเจน ใบหน้า คืนผิวเด็ก เผยผิวใส ด้วยวิธีไหนดีที่สุด?

เมื่ออายุมากขึ้น สัญญาณแห่งวัยอย่างความหย่อนคล้อยและริ้วรอยก็มาเยือน สาเหตุหลักมาจากการสูญเสียคอลลาเจนใต้ชั้นผิว การหาวิธี กระตุ้นคอลลาเจนใบหน้า ด้วย Skin Booster ชนิดต่างๆ อย่าง Juvelook จึงเป็นเป้าหมายสำคัญในการคงความอ่อนเยาว์ ปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การดูแลตัวเองไปจนถึงนวัตกรรมทางการแพทย์ที่ช่วยฟื้นฟูผิวให้กลับมาดูดีอีกครั้ง

เลือกหัวข้อที่สนใจอ่าน hide

คอลลาเจน คืออะไร

คอลลาเจนคือโปรตีนโครงสร้างหลักในร่างกาย เปรียบเสมือน “กาว” ที่ยึดเหนี่ยวเซลล์ต่าง ๆ เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในผิวหนัง กระดูก และข้อต่อ คอลลาเจนมีหลายชนิด แต่ชนิดที่สำคัญต่อผิวพรรณมีดังนี้

1. คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type I)

พบมากที่สุดในร่างกาย (กว่า 90%) เป็นส่วนประกอบหลักของผิวหนัง เส้นเอ็น และกระดูก ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น เต่งตึง และแข็งแรง การสูญเสียคอลลาเจนชนิดนี้คือสาเหตุตรงของริ้วรอยและความเหี่ยวย่น

2. คอลลาเจนชนิดที่ 2 (Type II)

พบมากในกระดูกอ่อนและข้อต่อ ทำหน้าที่รองรับแรงกระแทกและเพิ่มความยืดหยุ่นให้ข้อต่อ แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับผิวหน้าโดยตรง แต่ก็มีความสำคัญต่อโครงสร้างร่างกายโดยรวม

3. คอลลาเจนชนิดที่ 3 (Type III)

มักพบร่วมกับชนิดที่ 1 ในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด โดยเฉพาะในผิวเด็ก คอลลาเจนชนิดนี้ช่วยให้ผิวมีความอ่อนนุ่มและสนับสนุนการสร้างเส้นใยคอลลาเจนชนิดที่ 1

4. คอลลาเจนชนิดที่ 4 (Type IV)

เป็นส่วนประกอบหลักของชั้นเยื่อหุ้มเซลล์ (Basement Membrane) ซึ่งทำหน้าที่คัดกรองสารและเป็นตัวเชื่อมระหว่างชั้นผิวหนังแท้และผิวหนังกำพร้า

5. คอลลาเจนชนิดที่ 5 (Type V)

พบในผิวเซลล์ เส้นผม และรก ช่วยในการควบคุมการจัดเรียงของเส้นใยคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ให้เป็นระเบียบ

การกระตุ้นคอลลาเจนให้กับผิวหน้าคืออะไร

คือกระบวนการใด ๆ ก็ตามที่ส่งสัญญาณให้เซลล์ “ไฟโบรบลาสต์” (Fibroblast) ซึ่งเป็นโรงงานผลิตคอลลาเจนในชั้นผิวหนังแท้ กลับมาทำงานและสร้างคอลลาเจนใหม่ (Neocollagenesis) เพื่อชดเชยส่วนที่สลายไปตามวัย ทำให้ผิวที่เคยหย่อนคล้อยกลับมาแน่นกระชับและดูอ่อนเยาว์ขึ้น

การเพิ่มคอลลาเจนให้กับร่างกายมีกี่แบบ

การเพิ่มหรือกระตุ้นคอลลาเจนสามารถแบ่งได้หลายวิธี ตั้งแต่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันไปจนถึงการใช้หัตถการทางการแพทย์ ซึ่งแต่ละวิธีก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

1. การรับประทานคอลลาเจน (การกิน)

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่า การรับประทานคอลลาเจนเปปไทด์ (Hydrolyzed Collagen) อาจช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้ผิวได้บ้าง แต่คอลลาเจนจะถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนก่อนดูดซึม ร่างกายจึงนำไปใช้ทั่วร่าง ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าต้องไปที่ใบหน้า ผลลัพธ์จึงไม่ชัดเจนเท่าหัตถการ

  • ข้อดี: สะดวก, ง่าย, ไม่ต้องเจ็บตัว และอาจช่วยบำรุงร่างกายส่วนอื่นด้วย เช่น ข้อต่อ, กระดูก หรือเส้นผม
  • ข้อเสีย: ร่างกายจะย่อยคอลลาเจนเป็นกรดอะมิโนก่อน แล้วจึงส่งไปซ่อมแซมส่วนที่จำเป็นทั่วร่างกาย ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายได้ว่าจะต้องไปที่ใบหน้า ผลลัพธ์ต่อผิวหน้าจึงค่อนข้างน้อย, ช้า และไม่ชัดเจนเท่าหัตถการ

2. การทาผิวเพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

โมเลกุลของคอลลาเจนในครีมบำรุงมีขนาดใหญ่เกินไปที่จะซึมลงถึงชั้นหนังแท้ ส่วนใหญ่จึงให้ผลเพียงความชุ่มชื้นที่ผิวชั้นนอก แต่ส่วนผสมอื่น ๆ เช่น เรตินอยด์ (Retinoids) หรือวิตามินซี (Vitamin C) สามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้จริง แต่ต้องใช้เวลาและวินัยในการทาอย่างต่อเนื่อง

  • ข้อดี: ไม่รุกราน, ทำได้ทุกวัน, ช่วยบำรุงผิวชั้นบนให้ชุ่มชื้น, ช่วยจัดการปัญหาริ้วรอยตื้นๆ (Fine Lines) และปรับผิวให้เรียบเนียน
  • ข้อเสีย: เห็นผลช้ามาก ต้องใช้ความสม่ำเสมอเป็นเวลาหลายเดือน และไม่สามารถแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยหรือริ้วรอยร่องลึกที่เกิดในชั้นผิวลึกได้

3. การฉีดสาร Biostimulator เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

เป็นวิธีที่เห็นผลชัดเจน โดยการฉีดสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน (Biostimulator) เข้าไปในชั้นผิวโดยตรง สารเหล่านี้จะไปกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้ผลิตคอลลาเจนใหม่ หนึ่งในนวัตกรรมที่ได้รับความนิยมคือ Juvelook ซึ่งใช้สาร PDLLA ร่วมกับ HA เพื่อสร้างโครงสร้างผิวใหม่จากภายใน

  • ข้อดี: เป็นการรักษาที่ต้นเหตุ, ตรงจุด, ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติเพราะเป็นคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างเอง, ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว
  • ข้อเสีย: ต้องใช้เข็มฉีด อาจมีรอยช้ำหรือบวมเล็กน้อยหลังทำ, ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดขึ้นทันที ต้องรอให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน (ประมาณ 4-6 สัปดาห์)

4. การใช้เครื่องกลุ่ม Laser ยกกระชับ เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน

การใช้พลังงานแสงเลเซอร์ยิงลงไปในชั้นผิว เพื่อสร้างการบาดเจ็บเล็กๆ อย่างควบคุม (Controlled Injury) เพื่อกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมตัวเองและการสร้างคอลลาเจนใหม่

  • ข้อดี: นอกจากกระตุ้นคอลลาเจน ยังช่วยแก้ปัญหาผิวอื่นๆ ได้พร้อมกัน เช่น เม็ดสี, รูขุมขนกว้าง, และรอยแผลเป็นหลุมสิว
  • ข้อเสีย: มักต้องใช้เวลาพักฟื้น (Downtime) ผิวอาจแดง, บวม หรือลอก, บางชนิดมีความเสี่ยงเรื่องรอยดำในคนผิวเข้ม
  • ตัวอย่างเครื่อง: กลุ่ม Fractional Laser (เช่น Fraxel, Fractional CO2, Erbium:YAG), กลุ่ม Picosecond Laser (เช่น PicoSure, PicoWay)

5. การใช้เครื่องกลุ่มคลื่นวิทยุ (Radiofrequency – RF)

การใช้พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ส่งผ่านความร้อนลงไปในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) เพื่อให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดตัวทันที (Tightening) และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ในระยะยาว

  • ข้อดี: ช่วยเรื่องความกระชับ, แก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อยได้ดี, สามารถทำได้กับทุกสีผิว, บางชนิดแทบไม่มี Downtime
  • ข้อเสีย: อาจรู้สึกเจ็บจากความร้อนขณะทำ, อาจต้องทำหลายครั้งเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน
  • ตัวอย่างเครื่อง: กลุ่ม Monopolar RF (เช่น Thermage), กลุ่ม Microneedling RF (เช่น Morpheus8, Potenza, Sylfirm X)

6. การใช้เครื่องกลุ่มคลื่นเสียง (Ultrasound)

การใช้คลื่นอัลตราซาวนด์พลังงานสูงแบบเฉพาะเจาะจง (HIFU หรือ MFU-V) ยิงพลังงานความร้อนเป็นจุดๆ ลงไปลึกถึงชั้นพังผืดหุ้มกล้ามเนื้อ (SMAS)

  • ข้อดี: ช่วย “ยกกระชับ” (Lifting) ได้ลึกที่สุด, เหมาะสำหรับแก้ปัญหาความหย่อนคล้อยจากโครงสร้างภายใน, ผิวชั้นบนแทบไม่มีบาดแผล
  • ข้อเสีย: มีความเจ็บขณะทำค่อนข้างมาก, ราคาสูง, เน้นการยกกระชับมากกว่าการฟื้นฟูคุณภาพผิวชั้นตื้น
  • ตัวอย่างเครื่อง: Ultherapy (อัลเทอร่า), Ultraformer, HIFU (ไฮฟู่)

คอลลาเจนสำคัญต่อผิวหน้าอย่างไร?

คอลลาเจนคือองค์ประกอบหลักที่ทำให้ผิวคงรูป เป็น “โครงสร้าง” หรือ “เสาเข็ม” ของผิวที่ให้ความแข็งแรง เมื่อคอลลาเจนสมบูรณ์ ผิวหน้าก็จะดูดีในหลายมิติ

1. เพิ่มความยืดหยุ่น

คอลลาเจนทำงานร่วมกับอิลาสติน ช่วยให้ผิวเด้งกลับสู่สภาพเดิมเมื่อถูกยืดหรือกด

2. รักษาความชุ่มชื้น

โครงสร้างคอลลาเจนที่แข็งแรงช่วยอุ้มน้ำไว้ในผิว ทำให้ผิวดูอิ่มฟูและชุ่มชื้น

3. ลดเลือนริ้วรอย

เมื่อคอลลาเจนเต็ม ริ้วรอยร่องตื้น (Fine Lines) จะดูจางลง และผิวดูเรียบเนียนขึ้น

4. ช่วยสมานแผล

คอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญในกระบวนการซ่อมแซมผิว ช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น เช่น รอยสิว หรือหลุมสิว

ฉีดสาร Biostimulator เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน อย่าง Juvelook ดีไหม

การฉีด Biostimulator ถือเป็นหนึ่งในวิธี กระตุ้นคอลลาเจน ใบหน้า ที่ทันสมัยและให้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ Juvelook เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นการนำจุดเด่นของสารกระตุ้นคอลลาเจนและสารเติมเต็มมาไว้ด้วยกัน ช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพให้กลับมาสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเองอย่างปลอดภัย

– หลักการทำงานหรือสารสำคัญของ Juvelook

Juvelook เป็น Hybrid Biostimulator ที่ผสานสารสำคัญ 2 ชนิดคือ

  1. PDLLA (Poly D, L-Lactic Acid): อนุภาคขนาดเล็กที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ให้สร้างคอลลาเจน Type I และ Type III อย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลาผ่านไป PDLLA จะสลายไปเอง เหลือไว้เพียงคอลลาเจนใหม่ของผิวเรา
  2. HA (Hyaluronic Acid): สารอุ้มน้ำที่ให้ความชุ่มชื้นทันทีหลังฉีด ช่วยให้ผิวดูอิ่มน้ำและลดริ้วรอยตื้น ๆ

– Juvelook ต้องฉีดกี่ cc จึงจะเห็นผล

ปริมาณที่ใช้ขึ้นอยู่กับการประเมินปัญหาผิวและพื้นที่การรักษาโดยแพทย์ โดยทั่วไป การรักษาทั่วใบหน้าอาจเริ่มต้นที่ 1 ขวด (Vial) ซึ่งเมื่อผสมตามอัตราส่วนแล้วจะได้ปริมาตรที่เพียงพอต่อการฉีดเพื่อกระตุ้นคอลลาเจนทั่วใบหน้าหรือบริเวณที่มีปัญหา

– Juvelook คือวิธีกระตุ้นคอลลาเจน ที่เหมาะกับใคร

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ
  • ผู้ที่มีปัญหาริ้วรอยตื้น ๆ ทั่วใบหน้า
  • ผู้ที่มีปัญหาหลุมสิว หรือรอยแผลเป็นที่ผิว
  • ผู้ที่ผิวแห้งขาดน้ำ ดูไม่สดใส
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ผิวดีขึ้นจากภายใน

ฉีด Juvelook แตกต่างอย่างไรกับการกระตุ้นคอลลาเจนด้วยการรับประทาน

การรับประทานเป็นการดูแลแบบองค์รวม (Systemic) ร่างกายจะส่งสารอาหารไปทั่วร่างกาย ไม่สามารถกำหนดเป้าหมายที่ใบหน้าได้ แต่การฉีด Juvelook เป็นการรักษาที่ตรงจุด (Targeted) สาร PDLLA จะถูกฉีดเข้าไปในชั้นผิวที่ต้องการฟื้นฟูโดยตรง จึงกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในบริเวณที่มีปัญหาได้อย่างแม่นยำและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนกว่า

ฉีดสาร Juvelook เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ที่ The Vanish Clinic

ที่ The Vanish Clinic เราเชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูโครงสร้างผิวและการ กระตุ้นคอลลาเจน ใบหน้า ด้วยนวัตกรรม Juvelook ทีมแพทย์ของเราพร้อมประเมินปัญหาผิวและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คุณได้ผลลัพธ์ผิวที่แข็งแรง แน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและการติดตามผลอย่างใกล้ชิด

รีวิวหัตถการ Juvelook เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ที่ The Vanish Clinic

Research References:

  • Goldberg, D. J., Guana, A., & Pargna, A. (2021). Safety and Efficacy of Injectable Poly-D,L-Lactic Acid for Correction of Facial Wrinkles. Journal of Cosmetic Dermatology, 20(S1), 3-8.
  • Kim, J. E., et al. (2023). A prospective, randomized, multicenter, evaluator-blinded study on the efficacy and safety of poly-D,L-lactic acid injectable implant for the correction of nasolabial folds. Dermatologic Therapy, 36(1), e15975.
  • Cleveland Clinic. (2023, November 20). Collagen: What It Is, Types, Benefits & Uses. Cleveland Clinic. https://my.clevelandclinic.org/health/articles/23089-collagen

รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic

รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic
รีวิวจริงจาก Google Review ของคนไข้ The Vanish Clinic