pro cta pro cta line cta pro cta fb cta

Vanish Clinic

วิธีดูโบท็อกแท้ เช็กก่อนฉีดยังไงให้ชัวร์ ไม่เสี่ยงเจอของปลอม-ของหิ้ว

หลายคนกลัวเรื่องเดียวกันก่อนตัดสินใจฉีดโบท็อก นั่นคือ “จะรู้ได้ยังไงว่าตัวยาที่หมอฉีดให้เป็นของแท้” เพราะทุกวันนี้โบท็อกเป็นหัตถการยอดฮิต มีทั้งคลินิกใหญ่ราคาสูงและคลินิกเล็กราคาถูกจนน่าตกใจ ยิ่งราคาต่างกันมากเท่าไหร่ ความกังวลเรื่องโบท็อกปลอมและโบท็อกหิ้วก็ยิ่งตามมา บทความนี้จะพาไปดูวิธีดูโบท็อกแท้แบบเช็กได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่หลักการดูทั่วไป ไปจนถึงจุดสังเกตเฉพาะของแต่ละยี่ห้อ พร้อมอธิบายว่าทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกว่าที่คิด

เลือกหัวข้อที่สนใจอ่าน hide

Key Takeaway

  • โบท็อกแท้ทุกยี่ห้อต้องมีเลขทะเบียน อย. เอกสารกำกับภาษาไทย และเลข Lot ตรงกันทั้งที่กล่องและขวด
  • ตัวยาแท้จะเป็นผงหรือผลึกแห้งอยู่ก้นขวด ไม่มีน้ำ ต้องผสมน้ำเกลือก่อนฉีดเท่านั้น
  • ควรให้แพทย์แกะกล่องและผสมยาต่อหน้าทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสลับขวด
  • โบท็อกปลอมหรือโบท็อกหิ้วเสี่ยงทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น หนังตาตก ปากเบี้ยว และอาจนำไปสู่ภาวะดื้อโบท็อกที่ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดในระยะสั้น
  • ราคาที่ถูกผิดปกติมักเป็นสัญญาณเตือนอันดับแรกที่ไม่ควรมองข้าม

โบท็อกแท้คืออะไร ทำไมต้องใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ

โบท็อก หรือ Botulinum Toxin Type A เป็นสารโปรตีนบริสุทธิ์ที่ผลิตจากเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum ผ่านกระบวนการทำให้บริสุทธิ์และควบคุมปริมาณอย่างเข้มงวดในระดับอุตสาหกรรมยา ในทางเภสัชวิทยา ตัวยาออกฤทธิ์โดยไปยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ที่บริเวณปลายเส้นประสาทซึ่งเชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ หรือที่เรียกว่า Neuromuscular Junction ทำให้กล้ามเนื้อมัดนั้นคลายตัวและไม่สามารถหดเกร็งได้ชั่วคราว ริ้วรอยที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อจึงดูจางลง

จุดสำคัญคือ กระบวนการผลิตโบท็อกแท้ต้องผ่านการควบคุมความบริสุทธิ์ของโปรตีน ปริมาณสารพิษที่แม่นยำในแต่ละหน่วย (Unit) และการเก็บรักษาที่อุณหภูมิเย็นตลอดห่วงโซ่การขนส่ง หากขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็นของปลอมที่ผสมสารไม่ได้มาตรฐาน หรือของแท้ที่ขนส่งผิดวิธีจนตัวยาเสื่อมสภาพ ล้วนส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา นี่คือเหตุผลที่การรู้วิธีดูโบท็อกแท้ไม่ใช่เรื่องเกินความจำเป็น แต่เป็นการป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง

โบท็อกปลอม กับ โบท็อกหิ้ว ต่างกันอย่างไร

หลายคนเข้าใจว่าโบท็อกปลอมกับโบท็อกหิ้วคือของแบบเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วมีความแตกต่างกันในแง่ที่มาและความเสี่ยง

โบท็อกปลอม

คือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ตัวยาโบทูลินั่มท็อกซินของจริง อาจเป็นสารอื่นที่ผสมขึ้นเพื่อเลียนแบบบรรจุภัณฑ์ ไม่ผ่านการรับรองจาก อย. ไม่มีการควบคุมคุณภาพใด ๆ ความเสี่ยงจึงสูงที่สุด เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าสิ่งที่ฉีดเข้าไปในร่างกายคืออะไร

โบท็อกหิ้ว

คือโบท็อกที่เป็นของแท้จากต่างประเทศ แต่ไม่ได้นำเข้าผ่านช่องทางตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ไม่มีเลข อย. ไทย และที่สำคัญคือไม่ผ่านการควบคุมอุณหภูมิระหว่างการขนส่งตามมาตรฐาน โบทูลินั่มท็อกซินเป็นโปรตีนที่ไวต่ออุณหภูมิ หากเก็บรักษาไม่ถูกต้องแม้ในช่วงเวลาสั้น ๆ โครงสร้างโปรตีนอาจเสียสภาพ (Denaturation) จนฤทธิ์ยาลดลงหรือหมดฤทธิ์ไปเลย

หัวข้อเปรียบเทียบโบท็อกแท้ (ผ่าน อย.)โบท็อกหิ้วโบท็อกปลอม
แหล่งที่มานำเข้าโดยตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตซื้อจากต่างประเทศ นำเข้าเองโดยไม่ผ่านระบบผลิต/ปลอมแปลงขึ้นเอง ไม่ใช่ตัวยาจริง
เลข อย. ไทยมีไม่มีไม่มี
การควบคุมอุณหภูมิขนส่งมีระบบ Cold Chain มาตรฐานไม่มีการควบคุม เสี่ยงยาเสื่อมไม่เกี่ยวข้อง เพราะไม่ใช่ตัวยาจริง
ความเสี่ยงต่อร่างกายต่ำ หากฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ปานกลางถึงสูง เสี่ยงยาไม่ได้ผลสูงมาก เสี่ยงอันตรายรุนแรง
ราคาตลาดโดยทั่วไปสอดคล้องกับต้นทุนนำเข้าถูกต้องมักถูกกว่าปกติถูกผิดปกติ

อันตรายจากการฉีดโบท็อกปลอมหรือโบท็อกหิ้ว ที่ควรรู้

ผลข้างเคียงจากโบท็อกที่ไม่ได้มาตรฐานมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงระดับที่ส่งผลกระทบระยะยาว ได้แก่

  • ฉีดแล้วไม่เห็นผล หรือหมดฤทธิ์เร็วผิดปกติ เพราะตัวยาไม่บริสุทธิ์ หรือความเข้มข้นคลาดเคลื่อนจากที่ระบุ
  • กล้ามเนื้อทำงานผิดตำแหน่ง เช่น หนังตาตก คิ้วตก ปากเบี้ยว ยิ้มไม่สมมาตร ซึ่งเกิดจากตัวยาที่ไม่บริสุทธิ์กระจายตัวไปกระทบกล้ามเนื้อมัดข้างเคียง
  • ปฏิกิริยาแพ้หรือการอักเสบ จากสิ่งเจือปนในตัวยาที่ไม่ผ่านมาตรฐานการผลิต
  • ภาวะดื้อโบท็อก (Botulinum Toxin Resistance) ซึ่งเป็นความเสี่ยงระยะยาวที่อันตรายที่สุด เกิดจากร่างกายสร้างแอนติบอดีขึ้นมาต่อต้านโปรตีนในตัวยาที่ไม่บริสุทธิ์ เมื่อภูมิคุ้มกันจดจำโปรตีนนี้แล้ว การฉีดโบท็อกในครั้งต่อไปแม้จะใช้ของแท้ก็อาจไม่เห็นผลอีกเลย และภาวะนี้ในทางการแพทย์ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายในระยะเวลาอันสั้น ต้องรอให้ระดับแอนติบอดีลดลงเองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี

วิธีดูโบท็อกแท้ เบื้องต้น เช็กได้ด้วยตัวเองก่อนฉีด

ก่อนให้แพทย์ฉีด ควรขอดูกล่องและขวดยาทุกครั้ง แล้วสังเกตจุดต่อไปนี้

1. เอกสารกำกับยาภาษาไทย และเลขทะเบียน อย.

โบท็อกที่นำเข้าถูกต้องทุกยี่ห้อต้องมีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทยแนบมาในกล่อง พร้อมเลขทะเบียนตำรับยาที่ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) หากไม่มีเอกสารภาษาไทยหรือมีแต่เป็นภาษาต่างประเทศล้วน ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน

2. เลข Lot ต้องตรงกัน 2 จุด

ทุกกล่องและทุกขวดจะมีเลข Lot Number (เลขล็อตการผลิต) กำกับไว้ เลขนี้ต้องตรงกันทั้งบนกล่องและบนขวด หากไม่ตรงกันแปลว่าอาจมีการนำขวดจากคนละล็อตหรือคนละแหล่งมาสลับใส่กล่อง ซึ่งเป็นสัญญาณอันตราย

3. ซีล โฮโลแกรม และ QR Code ป้องกันการปลอมแปลง

หลายยี่ห้อมีระบบป้องกันการปลอมแปลงเฉพาะ เช่น สติกเกอร์โฮโลแกรมสีรุ้งที่เปลี่ยนสีเมื่อมองต่างมุม ซีลใสที่ฉีกไม่ได้หากเปิดกล่องมาแล้ว หรือ QR Code สำหรับสแกนตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าโดยตรงกับบริษัทผู้นำเข้า

4. ลักษณะตัวยาต้องเป็นผงหรือผลึกแห้ง ไม่มีน้ำ

โบทูลินั่มท็อกซินแท้ทุกยี่ห้อจะอยู่ในรูปแบบผงหรือผลึกแห้งสีขาวเกาะที่ก้นขวด ไม่มีของเหลวใด ๆ อยู่ในขวดตั้งแต่ต้น แพทย์ต้องผสมกับน้ำเกลือ (Saline) ในปริมาณที่กำหนดก่อนดูดออกมาฉีดทุกครั้ง หากขวดที่นำมามีลักษณะเป็นน้ำอยู่แล้วตั้งแต่แกะกล่อง ควรหยุดและสอบถามทันที

5. การจัดเก็บรักษาที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส

โปรตีนในตัวยาไวต่อความร้อน หากไม่ได้เก็บในตู้เย็นที่ควบคุมอุณหภูมิตลอดเวลาตั้งแต่โรงงานจนถึงคลินิก ตัวยาอาจเสื่อมสภาพและออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่ แม้จะเป็นของแท้ก็ตาม จุดนี้เป็นเหตุผลสำคัญที่โบท็อกหิ้วมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เพราะไม่มีการควบคุมห่วงโซ่ความเย็นระหว่างการขนส่งข้ามประเทศ

6. ให้แพทย์แกะกล่องและผสมยาต่อหน้าทุกครั้ง

วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือขอให้แพทย์เปิดกล่องใหม่และผสมน้ำเกลือให้ดูต่อหน้าในห้องตรวจ ไม่ควรรับยาที่ผสมเตรียมไว้ล่วงหน้า เพราะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าขวดที่ใช้จริงคือขวดที่แสดงให้ดูหรือไม่

วิธีดูโบท็อกแท้ แยกตามยี่ห้อยอดนิยม

แต่ละยี่ห้อมีจุดสังเกตปลีกย่อยต่างกัน ก่อนฉีดควรสอบถามคลินิกให้ชัดเจนว่าใช้ยี่ห้อใด แล้วเช็กจุดเหล่านี้

1. Allergan (Botox) โบท็อกอเมริกา

สังเกตซีลใสป้องกันการเปิดบริเวณฝาขวด มีเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทยแนบในกล่อง ข้างขวดมีแถบโฮโลแกรมสีรุ้งสลักคำว่า Allergan และเลข Lot บนกล่องกับขวดต้องตรงกัน

2. Dysport โบท็อกอังกฤษ

ตรวจสอบเลขทะเบียน อย. และเอกสารกำกับภาษาไทย เลข Lot ต้องตรงกันทั้งกล่องและขวด ตัวยาเป็นผลึกแห้งก้นขวดเช่นเดียวกับยี่ห้ออื่น

3. Xeomin โบท็อกเยอรมัน

มีซีลใสป้องกันการเปิดกล่อง เอกสารกำกับภาษาไทยครบถ้วน และเลข Lot ตรงกันระหว่างกล่องกับขวด

4. Nabota โบท็อกเกาหลี

จุดสังเกตเฉพาะคือสติกเกอร์โฮโลแกรม 2 จุด บนกล่องและบนขวด พร้อมเอกสารกำกับภาษาไทยและเลข Lot ที่ตรงกัน

5. Botulax โบท็อกเกาหลี

มีสติกเกอร์โฮโลแกรมติดหน้ากล่อง และมี QR Code สำหรับสแกนตรวจสอบความแท้ได้โดยตรง ร่วมกับเลขทะเบียน อย. และเลข Lot ที่ตรงกัน

6. Aestox โบท็อกเกาหลี

มี QR Code บนกล่องสำหรับขูดและสแกนตรวจสอบ เอกสารกำกับภาษาไทยครบ และเลข Lot ตรงกันทั้งสองจุดเช่นเดียวกับยี่ห้ออื่น แม้แต่ละยี่ห้อจะมีจุดสังเกตปลีกย่อยต่างกัน แต่หลักการใหญ่ที่เหมือนกันทุกยี่ห้อคือ ต้องมีเอกสารภาษาไทย เลขทะเบียน อย. เลข Lot ตรงกัน และตัวยาต้องเป็นผงแห้งที่ต้องผสมน้ำเกลือก่อนใช้เสมอ

เลือกคลินิกฉีดโบท็อกอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่เสี่ยงเจอของปลอม

นอกจากเช็กที่ตัวยาแล้ว การเลือกคลินิกก็มีผลต่อความปลอดภัยไม่แพ้กัน ควรพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้

  • คลินิกมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลถูกต้อง สามารถตรวจสอบได้จริง
  • ฉีดโดยแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรม ไม่ใช่ผู้ที่ไม่มีความรู้ทางการแพทย์
  • คลินิกยินดีให้ดูกล่องยา เอกสารกำกับ และแกะกล่องผสมยาต่อหน้าโดยไม่ปฏิเสธ
  • ไม่เลือกฉีดจากราคาที่ถูกผิดปกติเพียงอย่างเดียว เพราะต้นทุนของโบท็อกแท้มีราคาที่สอดคล้องกับการนำเข้าอย่างถูกต้อง หากราคาต่ำกว่าตลาดมากเป็นพิเศษ ควรตั้งคำถามถึงที่มาของตัวยา
  • มีรีวิวและผลงานจริงที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ใช่แค่โฆษณาราคาถูก

หากสงสัยว่าฉีดโบท็อกปลอมหรือโบท็อกหิ้วไปแล้ว ต้องทำอย่างไร

หากฉีดไปแล้วพบอาการผิดปกติ เช่น หนังตาตก ปากเบี้ยว หรือกล้ามเนื้อทำงานไม่สมมาตร ควรรีบพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือเวชศาสตร์ความงามทันทีเพื่อประเมินอาการ 

ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้เพราะบางอาการอาจต้องได้รับการดูแลเฉพาะทาง ควรเก็บหลักฐาน เช่น รูปถ่ายกล่องยา เลข Lot ใบเสร็จ และชื่อคลินิกที่ฉีดไว้เป็นข้อมูลประกอบ เพื่อใช้ในการติดตามหรือร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป และหากมีแผนฉีดโบท็อกในอนาคต ควรแจ้งแพทย์ท่านใหม่ให้ทราบประวัติ เพื่อประเมินความเสี่ยงเรื่องภาวะดื้อยาด้วย

ฉีดโบท็อกแท้ที่ The Vanish Clinic ปลอดภัย ไม่มีของปลอม

วิธีดูโบท็อกแท้ที่ควรจำให้ขึ้นใจก่อนฉีดทุกครั้งคือ ต้องมีเลขทะเบียน อย. เอกสารกำกับภาษาไทย เลข Lot ตรงกันทั้งกล่องและขวด ตัวยาต้องเป็นผงแห้งที่ต้องผสมน้ำเกลือก่อนใช้ และควรให้แพทย์แกะกล่องผสมยาให้ดูต่อหน้าเสมอ ที่สำคัญไม่แพ้กันคือการเลือกคลินิกที่มีมาตรฐาน มีแพทย์ที่มีใบประกอบวิชาชีพจริง เพราะความปลอดภัยของการฉีดโบท็อกไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวยาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความโปร่งใสของทั้งกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ

LINE: The Vanish Clinic
Facebook: The Vanish Clinic
Call: 091-426-3624 
ดูสาขาของเรา: สาขาของ The Vanish Clinic
Email: thevanishth@gmail.com 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับวิธีดูโบท็อกแท้ (FAQ)

ฉีดโบท็อกแล้วไม่เห็นผล แปลว่าเป็นโบท็อกปลอมเสมอไปหรือไม่

ไม่เสมอไป เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกัน เช่น ปริมาณยาที่ฉีดไม่เพียงพอ ตำแหน่งฉีดไม่ตรงจุด หรือร่างกายแต่ละคนตอบสนองต่อยาไม่เท่ากัน แต่หากไม่เห็นผลเลยทั้งที่ฉีดในปริมาณและตำแหน่งที่เหมาะสม ก็เป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของตัวยาเพิ่มเติม

โบท็อกหิ้วจากต่างประเทศปลอดภัยกว่าโบท็อกปลอมจริงหรือไม่

แม้โบท็อกหิ้วจะเป็นของแท้จากโรงงานจริง แต่ความเสี่ยงอยู่ที่การขนส่งที่ไม่มีการควบคุมอุณหภูมิตามมาตรฐาน ทำให้ตัวยาอาจเสื่อมสภาพก่อนถึงมือผู้ฉีด จึงไม่ควรมองว่าปลอดภัยเทียบเท่าโบท็อกที่นำเข้าถูกต้องผ่านระบบ อย.

เลข Lot บนกล่องกับขวดต้องตรงกันแบบไหน

ต้องเป็นชุดตัวเลขและตัวอักษรชุดเดียวกันทั้งหมด หากตัวเลขบางส่วนตรงแต่บางส่วนไม่ตรง หรือมีร่องรอยการแกะแก้ไข ควรสงสัยว่าอาจมีการสลับขวด

ถ้าฉีดโบท็อกปลอมแล้วเกิดภาวะดื้อยา สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาภาวะดื้อโบท็อกให้หายในทันที ต้องรอให้ระดับแอนติบอดีในร่างกายลดลงเองตามธรรมชาติ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี ดังนั้นการป้องกันตั้งแต่ต้นทางด้วยการเลือกใช้โบท็อกแท้จึงสำคัญกว่าการแก้ไขภายหลัง

ราคาโบท็อกที่ถูกมากผิดปกติ ควรระวังแค่ไหน

ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะต้นทุนของโบท็อกแท้ที่นำเข้าถูกต้องมีราคาที่ค่อนข้างแน่นอนในตลาด หากราคาต่ำกว่าปกติมาก ควรสอบถามที่มาของตัวยาและขอดูเอกสารกำกับให้ชัดเจนก่อนตัดสินใจ