pro cta pro cta line cta pro cta fb cta

Vanish Clinic

ฉีดโบลิฟกรอบหน้า หน้าห้อยคล้อยทั้งที่ไม่ได้อ้วนขึ้น แก้ได้ด้วยโบท็อกซ์กรอบหน้า จริงไหม

ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าแก้มเริ่มห้อย กรอบหน้าที่เคยคมชัดกลับดูเบลอ ทั้งที่น้ำหนักตัวไม่ได้เปลี่ยน หน้าไม่ได้อ้วนขึ้นเลยสักนิด นี่คือปัญหาที่หลายคนเจอเมื่อายุเข้าเลข 30 ขึ้นไป และเป็นเหตุผลที่ทำให้ “โบลิฟกรอบหน้า” หรือ “โบท็อกซ์กรอบหน้า” กลายเป็นหัตถการที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในกลุ่มคนที่อยากได้กรอบหน้าคมชัดแบบไม่ต้องพึ่งมีดหมอ

เลือกหัวข้อที่สนใจอ่าน hide

บทความนี้ The Vanish Clinic จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่กลไกการทำงานของฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้า ว่าทำงานอย่างไรในระดับกล้ามเนื้อและผิวหนัง ต่างจากโบท็อกซ์กรามอย่างไร กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน ไปจนถึงวิธีเลือกคลินิกให้ปลอดภัย เพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจก่อนฉีด

Key Takeaways

  • โบลิฟกรอบหน้า คือการฉีดโบทูลินั่มท็อกซินเพื่อ “คลายแรงดึง” ของกล้ามเนื้อชั้นตื้นบริเวณกรอบหน้าและลำคอ ไม่ใช่การลดขนาดกล้ามเนื้อเหมือนโบท็อกซ์กราม
  • มีเทคนิคหลัก 2 แบบ คือ Nefertiti Lift (ฉีดที่กล้ามเนื้อ Platysma บริเวณคอ) และ Dermolift (ฉีดตื้นตามแนวกรอบหน้า)
  • เริ่มเห็นผลประมาณ 3–7 วัน เห็นผลเต็มที่ใน 2–4 สัปดาห์ ผลลัพธ์อยู่ได้เฉลี่ย 3–6 เดือนตามเทคนิคและยี่ห้อที่ใช้
  • เหมาะกับคนที่กรอบหน้าไม่ชัด ผิวเริ่มหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง ไม่เหมาะกับคนที่ผิวหย่อนคล้อยมากซึ่งควรปรึกษาทางเลือกอื่นร่วมด้วย
  • ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับตัวยาแท้ที่ผ่าน อย. และดุลยพินิจของแพทย์ผู้ฉีดเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ราคาหรือโปรโมชัน

โบลิฟกรอบหน้า คืออะไร ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร

โบลิฟกรอบหน้า (Botox Face Lift) คือการฉีดสารโบทูลินั่มท็อกซินชนิดเอ (Botulinum Toxin Type A) เข้าไปในตำแหน่งเฉพาะ คือแนวกรอบหน้า ใต้คาง และกล้ามเนื้อคอส่วนบน โดยมีเป้าหมายต่างจากการฉีดโบท็อกซ์ลดริ้วรอยหรือลดกล้ามเนื้อกราม เพราะโบลิฟกรอบหน้าไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อฝ่อเล็กลง แต่เป็นการ “คลายแรงดึง” ของกล้ามเนื้อที่ดึงผิวหน้าให้หย่อนลง เมื่อแรงดึงลดลง ผิวชั้นบนจึงดูยกตัวขึ้นเองตามธรรมชาติ

กลไกการออกฤทธิ์ในระดับกล้ามเนื้อ (ทำไมฉีดแล้วหน้าถึงยกขึ้น)

ในทางเภสัชวิทยา โบทูลินั่มท็อกซินออกฤทธิ์โดยยับยั้งการหลั่งสารสื่อประสาทอะซิติลโคลีน (Acetylcholine) ที่บริเวณรอยต่อระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ (neuromuscular junction) ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเกิดการคลายตัวชั่วคราว 

สำหรับโบลิฟกรอบหน้า ตำแหน่งที่มีผลมากที่สุดคือกล้ามเนื้อ Platysma ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อแผ่นบางที่ทอดยาวจากกรามลงไปถึงหน้าอกส่วนบน กล้ามเนื้อมัดนี้เมื่ออายุมากขึ้นจะมีแรงหดตัวดึงมุมปากและผิวบริเวณกรอบหน้าให้ตกลงด้านล่าง เมื่อฉีดโบท็อกซ์เข้าไปคลายแรงดึงของ Platysma กล้ามเนื้อมัดอื่นที่ทำหน้าที่ “ยก” ใบหน้าจึงมีแรงเด่นขึ้นเปรียบเทียบกัน ผิวบริเวณกรอบหน้าจึงดูกระชับและยกขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัด

2 เทคนิคหลักของการฉีดโบลิฟกรอบหน้า

การฉีดโบท็อกลิฟกรอบหน้าที่ใช้กันในคลินิกความงามแบ่งออกเป็น 2 เทคนิคหลัก ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามลักษณะปัญหาของแต่ละคน

  • Nefertiti Lift ฉีดโบท็อกซ์เข้าไปที่กล้ามเนื้อ Platysma บริเวณลำคอและใต้กราม เพื่อลดแรงดึงที่ทำให้ใบหน้าหย่อนคล้อยลง เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนบริเวณใต้คางร่วมด้วย ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่าและเป็นธรรมชาติกว่า
  • Dermolift ฉีดตื้นในระดับผิวหนังตามแนวกรอบหน้าโดยตรง เพื่อกระตุ้นให้ผิวชั้นตื้นเกิดแรงดึงรั้งขึ้นเฉพาะจุด เห็นผลเร็วกว่า แต่ผลลัพธ์มักอยู่ได้ไม่นานเท่าเทคนิคแรก และไม่ควรทำถี่เกินไปเพราะมีความเสี่ยงต่อการดื้อโบท็อกซ์มากขึ้น

ในทางปฏิบัติ แพทย์หลายท่านเลือกใช้ทั้งสองเทคนิคร่วมกันเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมทั้งความเร็วในการเห็นผลและความคงทน

กรอบหน้าไม่ชัด หน้าห้อยคล้อย เกิดจากอะไร

หลายคนเข้าใจว่ากรอบหน้าไม่ชัดเกิดจากไขมันสะสมเพียงอย่างเดียว แต่ในทางกายวิภาคมีอย่างน้อย 3 ปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน

  1. โครงสร้างพยุงใต้ผิวหนังเสื่อมสภาพ เอ็นยึดใต้ผิวหนัง (Retaining Ligament) ที่ทำหน้าที่พยุงชั้นไขมันและผิวหนังให้อยู่ตำแหน่งเดิม จะยืดตัวและอ่อนแรงลงตามอายุ ทำให้ไขมันใต้ผิวหนังเลื่อนต่ำลงมาสะสมบริเวณกรอบหน้าและใต้คาง
  2. การสูญเสียคอลลาเจนและอิลาสติน ผิวหนังผลิตคอลลาเจนลดลงตั้งแต่วัย 25 ปีขึ้นไป ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและความหนาแน่น ผิวจึงหย่อนคล้อยง่ายขึ้น
  3. แรงดึงของกล้ามเนื้อ Platysma ที่หดตัวถี่และแรงขึ้นตามพฤติกรรม เช่น การก้มดูโทรศัพท์ต่อเนื่อง หรือการแสดงสีหน้าบางลักษณะซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน

เมื่อทั้ง 3 ปัจจัยเกิดร่วมกัน กรอบหน้าจึงดูไม่ชัด แก้มห้อยตก แม้ว่าน้ำหนักตัวโดยรวมจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงเลยก็ตาม

ฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้า ช่วยอะไรบ้าง

  • ยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้าที่เริ่มหย่อนคล้อยให้ดูตึงขึ้น
  • เก็บแนวกรอบหน้าให้คมชัด เห็นสันกรามและ Jawline ได้ชัดเจนขึ้น
  • ปรับรูปหน้าให้ดูเรียวขึ้นโดยเฉพาะบริเวณแก้มส่วนล่าง
  • ลดแรงดึงจากกล้ามเนื้อ Platysma ที่เป็นสาเหตุของผิวหย่อนคล้อยและเหนียงเริ่มต้น
  • ใบหน้าดูมีมิติมากขึ้นเมื่อแสงตกกระทบ ถ่ายรูปแล้วดูมีโครงหน้าชัดขึ้น
  • ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น ใช้เวลาทำหัตถการไม่นาน

ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นการ “ยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด” ซึ่งเหมาะกับผิวที่หย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น หากผิวหย่อนคล้อยมากจนมีชั้นเนื้อห้อยชัดเจน การฉีดโบท็อกซ์เพียงอย่างเดียวอาจให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจนเท่าที่ควร

โบลิฟกรอบหน้า กับ โบท็อกซ์กราม ต่างกันอย่างไร

หลายคนสับสนระหว่างสองหัตถการนี้เพราะใช้ตัวยาชนิดเดียวกัน แต่จุดประสงค์และตำแหน่งที่ฉีดแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

หัวข้อเปรียบเทียบโบลิฟกรอบหน้า (Botox Lift)โบท็อกซ์กราม (Jaw Botox)
ตำแหน่งที่ฉีดแนวกรอบหน้า ใต้คาง กล้ามเนื้อ Platysmaกล้ามเนื้อกราม (Masseter)
กลไกหลักคลายแรงดึงกล้ามเนื้อ ทำให้ผิวยกขึ้นลดขนาดกล้ามเนื้อมัดใหญ่ให้เล็กลง
แก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด ผิวหย่อนคล้อย ใต้คางไม่กระชับกรามใหญ่ หน้าเหลี่ยม นอนกัดฟัน
ระยะเวลาเห็นผลเริ่มเห็น 3–7 วัน ชัดเจนใน 2–4 สัปดาห์เห็นผลชัดเจนหลัง 2–4 สัปดาห์เช่นกัน แต่ต้องรอกล้ามเนื้อฝ่อตัวเต็มที่
ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 3–6 เดือนประมาณ 4–6 เดือน

ในทางปฏิบัติ ทั้งสองหัตถการสามารถฉีดร่วมกันได้ในคนที่มีทั้งปัญหากรามใหญ่และกรอบหน้าไม่ชัด เพื่อให้ได้รูปหน้าเรียวแบบ V-Shape ที่สมบูรณ์ขึ้น แต่ควรให้แพทย์ประเมินโครงสร้างใบหน้าก่อนตัดสินใจ เพราะการฉีดผิดตำแหน่งอาจทำให้กล้ามเนื้อข้างเคียงอ่อนแรงผิดปกติได้

ฉีดโบลิฟกรอบหน้า กี่วันเห็นผล อยู่ได้นานแค่ไหน

โดยทั่วไปตัวยาจะเริ่มออกฤทธิ์ในช่วง 3–7 วันหลังฉีด ผิวบริเวณกรอบหน้าจะเริ่มรู้สึกกระชับขึ้น และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนเต็มที่ในช่วง 2–4 สัปดาห์ เนื่องจากตัวยาต้องใช้เวลาซึมเข้าสู่เซลล์ประสาทและกระจายตัวในกล้ามเนื้อก่อนจะแสดงผล

สำหรับระยะเวลาที่ผลลัพธ์คงอยู่ จะขึ้นกับเทคนิคที่ใช้เป็นหลัก

  • เทคนิค Dermolift ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 1–2 เดือน เนื่องจากฉีดตื้นและใช้ยาปริมาณน้อยกว่า
  • เทคนิค Nefertiti Lift ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า ประมาณ 3–6 เดือน เพราะออกฤทธิ์ที่กล้ามเนื้อมัดใหญ่โดยตรง

ปัจจัยอื่นที่มีผลต่อความอยู่ทนของผลลัพธ์ ได้แก่ ปริมาณยูนิตที่ฉีด ความบริสุทธิ์ของตัวยา อัตราการเผาผลาญของแต่ละบุคคล และพฤติกรรมการใช้กล้ามเนื้อใบหน้าหลังฉีด

ฉีดโบลิฟกรอบหน้าใช้กี่ยูนิต เจ็บไหม

ปริมาณยูนิตที่ใช้ในการฉีดโบลิฟกรอบหน้าโดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30–60 ยูนิต ขึ้นอยู่กับโครงหน้า ระดับความหย่อนคล้อยของผิว และเทคนิคที่แพทย์เลือกใช้ ซึ่งไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน แพทย์จำเป็นต้องประเมินหน้างานก่อนกำหนดปริมาณที่เหมาะสม

ในแง่ความเจ็บ การฉีดโบลิฟกรอบหน้าจัดอยู่ในระดับที่เจ็บน้อยถึงปานกลางและทนได้ เนื่องจากเข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก ความรู้สึกเจ็บส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเข็มแทงผิวและช่วงดันยาเข้าไปเท่านั้น คลินิกส่วนใหญ่จะมีการประคบเย็นหรือทายาชาก่อนฉีดเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัว

ฉีดโบลิฟกรอบหน้า ราคาเท่าไหร่

ราคาของการฉีดโบลิฟกรอบหน้าไม่มีตัวเลขตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่

  • ยี่ห้อโบท็อกซ์ที่เลือกใช้ แต่ละยี่ห้อมีต้นทุนและคุณสมบัติต่างกัน เช่น ความบริสุทธิ์ของตัวยา ความเร็วในการออกฤทธิ์ และระยะเวลาที่ผลลัพธ์อยู่ได้
  • จำนวนยูนิตที่ต้องใช้ ยิ่งโครงหน้าใหญ่หรือผิวหย่อนคล้อยมาก ปริมาณยูนิตที่ต้องใช้ก็มากขึ้นตามไปด้วย
  • เทคนิคที่เลือกฉีด ระหว่าง Dermolift หรือ Nefertiti Lift หรือฉีดร่วมกับโบท็อกซ์กราม
  • โปรโมชันของแต่ละคลินิกในช่วงเวลานั้น

ใครเหมาะและใครไม่เหมาะกับการฉีดโบลิฟกรอบหน้า

เหมาะกับ

  • คนที่กรอบหน้าเริ่มไม่ชัด แก้มเริ่มตกเล็กน้อย
  • คนที่มีผิวหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้นถึงปานกลาง โดยเฉพาะบริเวณใต้คางและกรอบหน้า
  • คนที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบไม่ผ่าตัด ไม่มีเวลาพักฟื้น
  • คนที่ต้องการเสริมผลลัพธ์ร่วมกับโบท็อกซ์กรามเพื่อให้ได้หน้า V-Shape

ไม่เหมาะกับ

  • ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยรุนแรงจนมีชั้นเนื้อห้อยชัดเจน ควรปรึกษาแพทย์เรื่องหัตถการอื่นร่วมด้วย เช่น เครื่องมือยกกระชับด้วยพลังงานความร้อนหรือคลื่นเสียง
  • สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือโรคทางระบบประสาทและกล้ามเนื้อ (neuromuscular disorder)
  • ผู้ที่มีประวัติแพ้ส่วนประกอบของโบทูลินั่มท็อกซิน

ขั้นตอนการฉีดโบลิฟกรอบหน้า

  1. แพทย์ซักประวัติสุขภาพและประเมินโครงสร้างใบหน้า ระดับความหย่อนคล้อยของผิว
  2. ออกแบบแผนการฉีดเฉพาะบุคคล เลือกเทคนิคและยี่ห้อโบท็อกซ์ที่เหมาะสม
  3. ทำความสะอาดผิวหน้าและประคบเย็นหรือทายาชาก่อนฉีด (กรณีต้องการ)
  4. ฉีดโบท็อกซ์ตามตำแหน่งแนวกรอบหน้าและใต้คางตามแผนที่วางไว้
  5. ประคบเย็นซ้ำหลังฉีดเพื่อลดรอยบวมแดง
  6. แพทย์ให้คำแนะนำการดูแลตัวเองหลังฉีดและนัดติดตามผล

หัตถการทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน โดยเฉลี่ยประมาณ 15–30 นาที และสามารถกลับไปทำกิจกรรมได้ตามปกติทันที

การดูแลตัวเองก่อนและหลังฉีดโบลิฟกรอบหน้า

ก่อนฉีด

  • แจ้งประวัติโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยาให้แพทย์ทราบทุกครั้ง
  • งดยาและอาหารเสริมที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น แอสไพริน, NSAIDs, น้ำมันปลา อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ก่อนฉีด
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
  • พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงความเครียดสะสม

หลังฉีด

  • ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดเบา ๆ ในช่วงแรก เพื่อช่วยให้ตัวยากระจายตัวเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  • ทาครีมบำรุงและแต่งหน้าได้ตามปกติหลังฉีดผ่านไปแล้ว 4–24 ชั่วโมง (ขึ้นกับคำแนะนำของแพทย์)
  • 3–4 ชั่วโมงแรก งดนวดหน้า งดนอนราบ งดประคบเย็นบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้ตัวยาเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ไม่ต้องการ
  • 24–48 ชั่วโมงแรก งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ งดออกกำลังกายหนัก
  • ประมาณ 2 สัปดาห์ งดซาวน่า อบไอน้ำ โยคะร้อน หรือทำเลเซอร์ความร้อนบริเวณใบหน้า เพราะความร้อนอาจทำให้โบท็อกซ์สลายตัวเร็วขึ้น

อันตรายจากการฉีดโบท็อกซ์กรอบหน้าปลอม

การฉีดโบท็อกซ์ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือใช้ยาที่ไม่ผ่าน อย. ไม่ได้แค่ทำให้ผลลัพธ์ไม่ชัดเจน แต่ยังเสี่ยงต่อผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย เช่น

  • ตัวยากระจายไปโดนกล้ามเนื้อมัดอื่น ทำให้เกิดหนังตาตก ปากเบี้ยว ใบหน้าผิดรูป
  • ความไม่บริสุทธิ์ของยาเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพ้และการติดเชื้อหลังฉีด
  • เกิดภาวะดื้อโบท็อกซ์จากการได้รับสารปนเปื้อนสะสม ทำให้ฉีดซ้ำแล้วไม่เห็นผลเหมือนเดิม

วิธีป้องกันที่ทำได้ง่ายที่สุดคือขอดูขวดยาก่อนฉีดทุกครั้ง และตรวจสอบเลขทะเบียน อย. กับบริษัทผู้นำเข้าได้โดยตรง

เกณฑ์เลือกคลินิกฉีดโบลิฟกรอบหน้า ที่ไหนดี ปลอดภัย

  • คลินิกเปิดให้บริการถูกต้องตามกฎหมาย มีเลขที่ใบอนุญาตแสดงชัดเจน
  • แพทย์เป็นผู้ประเมินและฉีดเองทุกเคส มีประสบการณ์ด้านการปรับรูปหน้าโดยเฉพาะ
  • ใช้โบท็อกซ์แท้ที่มีเลข อย. สามารถตรวจสอบล็อตกับบริษัทผู้นำเข้าได้
  • มีการนัดติดตามผลหลังฉีด และมีช่องทางติดต่อแพทย์เจ้าของเคสได้โดยตรงหากมีอาการผิดปกติ
  • มีรีวิวผลลัพธ์จากผู้ใช้บริการจริงประกอบการตัดสินใจ

ที่ The Vanish Clinic ทุกเคสจะได้รับการประเมินโครงหน้าจากแพทย์ก่อนออกแบบแผนการฉีดเฉพาะบุคคล ใช้โบท็อกซ์แท้ที่ตรวจสอบได้ทุกขวด พร้อมนัดติดตามผลเพื่อให้มั่นใจได้ทั้งเรื่องผลลัพธ์และความปลอดภัย

สรุป ฉีดโบลิฟกรอบหน้า ทางเลือกยกกระชับแบบไม่ต้องผ่าตัด

โบลิฟกรอบหน้าเป็นหัตถการที่อาศัยกลไกการคลายแรงดึงของกล้ามเนื้อ Platysma เพื่อให้ผิวบริเวณกรอบหน้ายกตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลางและต้องการผลลัพธ์แบบไม่ต้องผ่าตัด ก่อนตัดสินใจฉีด ควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ประเมินและฉีดเองทุกเคส ใช้ตัวยาแท้ที่ผ่าน อย. เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด

LINE: The Vanish Clinic
Facebook: The Vanish Clinic
Call: 091-426-3624 
ดูสาขาของเรา: สาขาของ The Vanish Clinic
Email: thevanishth@gmail.com 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบลิฟกรอบหน้า (FAQ)

โบลิฟกรอบหน้า กับ โบท็อกซ์ ต่างกันอย่างไร

โบท็อกซ์คือชื่อของตัวยา ส่วนโบลิฟกรอบหน้าคือเทคนิคการฉีดโบท็อกซ์ในตำแหน่งเฉพาะเพื่อยกกระชับแนวกรอบหน้า ทั้งสองคำจึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน แต่เป็นวิธีการนำตัวยาไปใช้งานที่แตกต่างกัน

ฉีดโบลิฟกรอบหน้าดีไหม คุ้มค่าหรือไม่

เหมาะกับคนที่ต้องการปรับรูปหน้าแบบไม่ผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น เห็นผลเร็วภายใน 1–2 สัปดาห์ เมื่อเทียบกับผลลัพธ์และระยะเวลาฟื้นตัวถือว่าคุ้มค่าสำหรับคนที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง

ฉีดโบลิฟกรอบหน้าอันตรายไหม

มีความปลอดภัยสูงหากฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และใช้โบท็อกซ์แท้ที่ผ่าน อย. ความเสี่ยงส่วนใหญ่มักเกิดจากการฉีดกับผู้ที่ไม่ใช่แพทย์หรือใช้ยาปลอมมากกว่าตัวหัตถการเอง

โบลิฟกรอบหน้าทำให้โครงหน้าชัดขึ้นจริงไหม

ตัวยาช่วยคลายแรงดึงของกล้ามเนื้อส่วนล่างที่ทำให้ผิวหย่อนคล้อย เมื่อแรงดึงลดลง ผิวชั้นบนจะยกตัวขึ้นตามธรรมชาติ ส่งผลให้แนวกรอบหน้าและขอบกรามดูคมชัดขึ้นได้จริง แต่ระดับความชัดเจนจะขึ้นกับความหย่อนคล้อยเดิมของแต่ละคน

ฉีดโบลิฟกรอบหน้า ราคาเริ่มต้นเท่าไหร่

ราคาผันแปรตามยี่ห้อโบท็อกซ์และปริมาณยูนิตที่ใช้เป็นหลัก แนะนำให้เข้ารับการประเมินโครงหน้าจากแพทย์ก่อน เพื่อให้ได้ราคาที่ตรงกับปริมาณยูนิตที่ต้องใช้จริง แทนการเลือกจากราคาถูกที่สุดเพียงอย่างเดียว

ฉีดโบลิฟกรอบหน้ากับโบท็อกซ์กราม ทำพร้อมกันได้ไหม

ทำร่วมกันได้และเป็นที่นิยม เพราะช่วยเสริมผลลัพธ์ให้หน้าดูเรียวเป็น V-Shape ชัดเจนขึ้น แต่ควรให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและกำหนดปริมาณยูนิตแยกตามตำแหน่งก่อนฉีด

References