pro cta pro cta line cta pro cta fb cta

Vanish Clinic

ฉีดโบท็อกแล้วไม่ลง ดื้อยา? ทำความรู้จัก “โบท็อกเยอรมัน” (Xeomin) นวัตกรรมโบท็อกบริสุทธิ์ 100%

ใครที่เข้าคลินิกความงามเป็นประจำ น่าจะเคยเจอกับปัญหา “ฉีดโบท็อกแล้วไม่ค่อยเห็นผล” ริ้วรอยไม่คลาย กรามไม่ยุบ หรือต้องใช้ปริมาณยาที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาการเหล่านี้คือสัญญาณเตือนของภาวะ “ดื้อโบท็อก” ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายสะสมโปรตีนเจือปนจากตัวยาและสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาต่อต้าน

เลือกหัวข้อที่สนใจอ่าน hide

ปัจจุบันวงการแพทย์ผิวหนังจึงให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์ของตัวยาเป็นอย่างมาก และนั่นคือเหตุผลที่ “โบท็อกเยอรมัน” หรือแบรนด์ Xeomin กลายมาเป็นทางออกอันดับ 1 ที่แพทย์ทั่วโลกแนะนำ เพราะเป็นนวัตกรรมเดียวในขณะนี้ที่กล้าเคลมว่าเป็น โบท็อกที่บริสุทธิ์ 100% ปราศจากโปรตีนเจือปน ช่วยลดความเสี่ยงในการดื้อยาได้อย่างเด็ดขาด

บทความนี้ The Vanish Clinic จะพาไปเจาะลึกข้อมูลของโบท็อกเยอรมันแบบหมดเปลือก ตั้งแต่กลไกการออกฤทธิ์ จุดที่ฉีดได้ ปริมาณที่เหมาะสม ไปจนถึงการเปรียบเทียบกับแบรนด์อื่น เพื่อให้คุณมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุดก่อนตัดสินใจ

โบท็อกเยอรมัน (Xeomin) คืออะไร? ยืนหนึ่งเรื่องแก้ปัญหาดื้อยาได้อย่างไร

โบท็อกเยอรมัน (Xeomin) คือสารสกัด Botulinum Toxin Type A ที่ถูกคิดค้นและผลิตโดยบริษัท Merz Aesthetics จากประเทศเยอรมนี ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลทั้ง US FDA (อย. อเมริกา), MHRA (อย. ยุโรป) และ TH FDA (อย. ไทย)

ความพิเศษที่ทำให้ Xeomin แตกต่างจากทุกแบรนด์บนโลก คือกระบวนการสกัดที่มุ่งเน้นเอา “สิ่งแปลกปลอม” ออกจากตัวยาให้หมด เหลือไว้เพียงสารออกฤทธิ์ที่จำเป็นเท่านั้น

เจาะลึกกลไก XTRACT Technology บริสุทธิ์ถึงระดับโมเลกุล

ในทางวิทยาศาสตร์ โบท็อกทั่วไปตามท้องตลาดจะมีโครงสร้างประกอบด้วย 2 ส่วนคือ Toxin (ตัวยาที่ออกฤทธิ์) และ Complexing Proteins (โปรตีนที่ห่อหุ้มตัวยาไว้) รวมแล้วมีขนาดโมเลกุลประมาณ 900 kDa

แต่โบท็อกเยอรมันใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่จดสิทธิบัตรเฉพาะอย่าง XTRACT Technology ในการแยกเอา Complexing Proteins ออกจนหมดเกลี้ยง ทำให้เหลือเพียง Active Neurotoxin บริสุทธิ์ ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กเพียง 150 kDa เท่านั้น

งานวิจัยทางคลินิกยืนยันว่า การไม่มีโปรตีนส่วนเกินนี้ ทำให้ร่างกายไม่มองว่าสารที่ฉีดเข้าไปเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงไม่มีการกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันสร้าง Neutralizing Antibodies (แอนติบอดีต้านฤทธิ์ยา) ขึ้นมาทำลาย ผลลัพธ์คือตัวยาสามารถเข้าไปจับกับปลายประสาทและยับยั้งการหลั่งสาร Acetylcholine ได้โดยตรง กล้ามเนื้อจึงคลายตัวได้ดี และหมดกังวลเรื่องการดื้อยาในระยะยาว 

ข้อดี – ข้อจำกัด ของโบท็อกเยอรมัน ที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

ข้อดี:

  • ความบริสุทธิ์ 100%: ป้องกันการดื้อยาในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติสูง: ตัวยามีน้ำหนักเบาและกระจายตัวได้ดี ทำให้การแสดงสีหน้าไม่แข็งตึง ไม่ดูหน้าพลาสติก (Natural Look)
  • ใช้รักษากลุ่มที่เริ่มดื้อยาได้: สำหรับผู้ที่ฉีดยี่ห้ออื่นแล้วเริ่มเห็นผลน้อยลง สามารถเปลี่ยนมาใช้ Xeomin เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้
  • ไม่ต้องแช่เย็นจัด: โครงสร้างยาเสถียรมาก ทนทานต่ออุณหภูมิห้อง ไม่เสื่อมสภาพง่ายก่อนถึงมือแพทย์

ข้อจำกัด:

  • ราคาสูงกว่าโบท็อกเอเชีย: เนื่องจากเป็นนวัตกรรมที่มีกระบวนการผลิตซับซ้อน นำเข้าจากยุโรป ราคาจึงสูงกว่าโบท็อกเกาหลี
  • ไม่เหมาะกับคนที่ดื้อยาขั้นรุนแรง: หากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต้านโบท็อกไปแล้วแบบ 100% การฉีด Xeomin อาจจะยังไม่เห็นผลในทันที ต้องพักหน้ารอให้ภูมิคุ้มกันลดลงก่อนอย่างน้อย 1-2 ปี

โบท็อกเยอรมัน เหมาะกับใคร? ใครควรฉีด ใครควรเลี่ยง

กลุ่มที่ควรฉีด

  • ผู้ที่ฉีดโบท็อกเป็นประจำทุกๆ 3-6 เดือน และต้องการลดความเสี่ยงในการสะสมโปรตีนระยะยาว
  • ผู้ที่ต้องการลดริ้วรอย แต่เน้นงานผิวที่เป็นธรรมชาติ ยังสามารถยิ้ม หัวเราะ แสดงอารมณ์ได้เต็มที่
  • ผู้ที่เคยฉีดยี่ห้ออื่นแล้วรู้สึกว่าตัวยาหมดฤทธิ์ไว หรือเริ่มเห็นผลน้อยลงกว่าเดิม
  • ดารา นางแบบ หรืออินฟลูเอนเซอร์ ที่ต้องใช้หน้าตาในการแสดงอารมณ์ผ่านกล้อง

กลุ่มที่ควรเลี่ยง

  • สตรีมีครรภ์ หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและเส้นประสาท (เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง Myasthenia Gravis)

โบท็อกเยอรมัน ฉีดจุดไหนได้บ้าง? ต้องใช้ปริมาณกี่ยูนิต (U)?

ด้วยคุณสมบัติการกระจายตัวที่พอเหมาะ Xeomin จึงครอบคลุมการรักษาได้หลายบริเวณ โดยปริมาณยูนิตที่ใช้จะขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อของแต่ละบุคคล ดังนี้

ฉีดลดริ้วรอย (หน้าผาก หางตา หว่างคิ้ว)

  • ปริมาณที่ใช้: ประมาณ 20 – 50 ยูนิต (ขึ้นอยู่กับความลึกของริ้วรอย)
  • จุดเด่น: ริ้วรอยหายไป แต่คิ้วไม่ตก ตาไม่แข็ง ยิ้มแล้วดูเป็นธรรมชาติที่สุด

ฉีดลดกราม ปรับรูปหน้าวีเชป

  • ปริมาณที่ใช้: ประมาณ 50 – 100 ยูนิต (ขึ้นอยู่กับขนาดกล้ามเนื้อกราม)
  • จุดเด่น: กรามยุบลงอย่างเห็นได้ชัด หน้าเรียวขึ้น โดยที่เวลาเคี้ยวอาหารไม่รู้สึกเมื่อยล้าจนเกินไป

ฉีดลิฟต์กรอบหน้า (Dermo Lift)

  • ปริมาณที่ใช้: ประมาณ 30 – 50 ยูนิต
  • จุดเด่น: แพทย์จะฉีดบริเวณแนวขากรรไกรและลำคอ เพื่อดึงผิวให้กระชับขึ้น กรอบหน้าดูคมชัด

ฉีดลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว บริเวณรักแร้

  • ปริมาณที่ใช้: ประมาณ 100 ยูนิต (ข้างละ 50 ยูนิต)
  • จุดเด่น: ยับยั้งการทำงานของต่อมเหงื่อได้ดี ช่วยแก้ปัญหารักแร้เปียกและกลิ่นตัว อย่างตรงจุด

เปรียบเทียบ โบท็อกเยอรมัน (Xeomin) กับยี่ห้ออื่น ต่างกันอย่างไร?

เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นและช่วยในการตัดสินใจ นี่คือการเปรียบเทียบระหว่างโบท็อกเยอรมันกับแบรนด์ยอดฮิตในท้องตลาด

คุณสมบัติXeomin
(เยอรมัน)
Allergan
(อเมริกา)
Dysport
(อังกฤษ)
Nabota / Aestox
(เกาหลี)
ความบริสุทธิ์บริสุทธิ์ 100% ไม่มีโปรตีนเจือปนมีโปรตีนขนาดใหญ่ห่อหุ้มมีโปรตีนขนาดเล็กห่อหุ้มมีโปรตีนห่อหุ้ม
การกระจายตัวกว้างปานกลาง เป็นธรรมชาติแคบและแม่นยำสูงตรงจุดกว้างมาก เหมาะกับพื้นที่ใหญ่กว้าง ออกฤทธิ์ไว
จุดเด่นหลักลดโอกาสดื้อยา, งานผิวธรรมชาติยืนหนึ่งเรื่องความแม่นยำ, ผลลัพธ์อยู่นานสุดยกกระชับได้ดี (Dermo lift), ลดเหงื่อออกฤทธิ์ไว, คุ้มค่า, เหมาะกับลดกราม
ระยะเวลาคงผลลัพธ์4-6 เดือน6-8 เดือน4-6 เดือน4-5 เดือน
โอกาสดื้อยาต่ำที่สุด (แทบจะ 0%)ต่ำ – ปานกลางต่ำ – ปานกลางปานกลาง (หากฉีดถี่หรือใช้ยาปลอม)

โบท็อกเยอรมัน (Xeomin) ราคาเท่าไหร่? คุ้มค่าไหม?

ราคาของโบท็อกเยอรมันจะอยู่ในเรทพรีเมียม ซึ่งสูงกว่าโบท็อกฝั่งเกาหลี แต่จะใกล้เคียงกับโบท็อกฝั่งอเมริกา โดยราคาประเมินเบื้องต้นตามคลินิกชั้นนำทั่วไปจะอยู่ที่:

  • ริ้วรอยเฉพาะจุด (เช่น หางตา หรือ หว่างคิ้ว): เริ่มต้นประมาณ 4,000 – 6,000 บาท
  • Xeomin 50 ยูนิต (เหมาลดริ้วรอย หรือ ลดกรามเล็ก): เริ่มต้นประมาณ 9,000 – 12,000 บาท
  • Xeomin 100 ยูนิต (ลดกราม + ริ้วรอย หรือ ลิฟต์กรอบหน้า): เริ่มต้นประมาณ 16,000 – 22,000 บาท (หมายเหตุ: ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นและการประเมินของแพทย์ในแต่ละเคส)

คุ้มค่าไหมนะ? หากมองในระยะยาว ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามาก เพราะถ้าหากเราเลือกใช้โบท็อกที่ราคาถูกแต่มีโปรตีนเจือปนสูง เมื่อฉีดสะสมไปเรื่อยๆ จนเกิด “ภาวะดื้อโบท็อก” ร่างกายจะไม่ตอบสนองต่อตัวยาอีกต่อไป ทำให้ฉีดอะไรก็ไม่ลง เสียเงินฟรี และต้องพักหน้านานหลายปี การเลือกโบท็อกที่บริสุทธิ์ตั้งแต่แรกจึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่ดีที่สุด

การเตรียมตัวก่อน – หลังฉีดโบท็อกเยอรมัน ให้ผลลัพธ์อยู่นาน

การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีมีผลอย่างมากต่อระยะเวลาการออกฤทธิ์ของโบท็อก

วิธีเตรียมตัวก่อนฉีด

  1. งดยาหรืออาหารเสริมที่มีฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Aspirin, Ibuprofen, วิตามินอี, น้ำมันปลา, สารสกัดจากกิงโกะ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ
  2. งดดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงก่อนทำ
  3. หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติแพ้ยา ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้ง

ข้อห้ามและวิธีดูแลตัวเองหลังฉีด

  1. หลังฉีดทันที: ให้ขยับกล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดบ่อยๆ ประมาณ 30 นาที (เช่น ยิ้ม ขมวดคิ้ว เคี้ยวหมากฝรั่ง) เพื่อให้ยากระจายตัวเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้น
  2. ห้ามนอนราบ: ภายใน 3-4 ชั่วโมงแรก ห้ามนอนราบหรือก้มหน้าต่ำกว่าระดับหน้าอก ป้องกันยาไหลไปผิดจุด
  3. ห้ามนวดคลึง: ห้ามนวด กด หรือถู บริเวณที่ฉีดอย่างเด็ดขาด
  4. หลีกเลี่ยงความร้อน: งดเข้าซาวน่า เลเซอร์ร้อน อาบน้ำแร่ หรือทำกิจกรรมที่เหงื่อออกมากในช่วง 2 สัปดาห์แรก เพราะความร้อนอาจทำให้โบท็อกสลายตัวเร็วขึ้น

วิธีเช็ก โบท็อกเยอรมัน ของแท้ สังเกตตรงไหนบ้าง

เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและป้องกันยาหิ้ว ยาปลอม สามารถตรวจสอบ Xeomin ของแท้ด้วยตัวเองง่ายๆ 

  1. กล่อง: ต้องมีสติกเกอร์โฮโลแกรมคำว่า “Merz Aesthetics” ปิดฝากล่องมิดชิด
  2. QR Code: มีรหัส QR ให้ขูดและสแกนเพื่อตรวจสอบเลข Lot. กับระบบของ Merz Aesthetics Thailand
  3. ลักษณะตัวยา: ด้านในขวดจะ ไม่มีผงสีขาว อยู่ที่ก้นขวดเหมือนยี่ห้ออื่น แต่จะมาในรูปแบบของ ฟิล์มสีขาวขุ่น เคลือบอยู่ที่ก้นขวด แพทย์ต้องใส่น้ำเกลือผสมเพื่อละลายฟิล์มนี้ก่อนนำมาฉีด
  4. เอกสาร: มีเอกสารกำกับยาเป็นภาษาไทย และสามารถขอดูขวด/กล่องกับแพทย์ก่อนฉีดได้ทุกครั้ง

ทำไมต้องฉีดโบท็อกเยอรมัน ที่ The Vanish Clinic?

ที่ The Vanish Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ของคนไข้เป็นอันดับหนึ่ง

  • เราใช้โบท็อกเยอรมัน (Xeomin) ของแท้ สั่งตรงจากบริษัท Merz Aesthetics ประเทศไทย 100% สามารถตรวจสอบกล่องและขวดก่อนฉีดได้ทุกเคส
  • ประเมินใบหน้าและดูแลเคสโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่เข้าใจเรื่องโครงสร้างอนาโตมี่อย่างลึกซึ้ง
  • คำนวณปริมาณยูนิตแบบ Case by Case เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติที่สุด แก้ปัญหาตรงจุด และไม่เกิดภาวะหน้าแข็งตึง

LINE: The Vanish Clinic
Facebook: The Vanish Clinic
Call: 091-426-3624 
ดูสาขาของเรา: สาขาของ The Vanish Clinic
Email: thevanishth@gmail.com 

คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับโบท็อกเยอรมัน

1. ฉีดโบท็อกเยอรมัน (Xeomin) กี่วันเห็นผล?

สำหรับการฉีดริ้วรอย จะเริ่มรู้สึกตึงและริ้วรอยจางลงในช่วง 3-7 วัน ส่วนการฉีดลดกราม ปรับรูปหน้า จะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ในการให้กล้ามเนื้อเริ่มยุบตัว และจะเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดที่ 1 เดือน

2. ฉีดโบท็อกเยอรมันเจ็บไหม?

เข็มที่ใช้มีขนาดเล็กมาก และทางคลินิกจะมีการประคบน้ำแข็งหรือแปะยาชาก่อนทำ อาการเจ็บจึงอยู่ในระดับที่ทนได้สบายๆ อาจมีความรู้สึกจี๊ดๆ ตอนเดินยาเล็กน้อย

3. ดื้อโบท็อกยี่ห้ออื่นมา สามารถเปลี่ยนมาฉีดโบท็อกเยอรมันได้ทันทีไหม?

หากคุณเริ่มรู้สึกว่าฉีดยี่ห้อเดิมแล้วเห็นผลสั้นลง สามารถเปลี่ยนมาใช้ Xeomin ได้เลย แต่หากอยู่ในภาวะ “ดื้อยาแบบสมบูรณ์” คือฉีดแล้วกรามไม่ลงเลย ริ้วรอยไม่ขยับ แพทย์จะแนะนำให้เว้นการฉีดโบท็อกทุกชนิดประมาณ 1-2 ปี เพื่อให้ร่างกายลดแอนติบอดีลงก่อน จึงจะสามารถกลับมาฉีดใหม่ได้

References:

  • Dressko, B., & Kollewe, K. (2019). Efficacy and Safety of IncobotulinumtoxinA (Xeomin) in the Treatment of Facial Wrinkles: A Review of Clinical Trials. Aesthetic Surgery Journal, 39(1), 89-98.
  • Frevert, J. (2010). Content of Botulinum Neurotoxin in Botox®/Vistabel®, Dysport®/Azzalure®, and Xeomin®/Bocouture®. Drugs in R&D, 10(2), 67–73.
  • Merz Aesthetics. (n.d.). Xeomin (incobotulinumtoxinA) Professional Information. Retrieved from Merz Aesthetics Official Website.
  • Park, J. Y., & Lee, S. K. (2021). Comparative Analysis of Botulinum Toxin Preparations: Allergan, Xeomin, and Korean Brands in Asian Patients. Journal of Clinical Dermatology, 45(3), 210-217.