pro cta line cta fb cta

Vanish Clinic

XERF คืออะไร? เทคโนโลยียกกระชับชั้นลึกที่ให้ผลคมชัดในครั้งเดียว

XERF คืออะไร? เทคโนโลยียกกระชับชั้นลึกที่ให้ผลคมชัดในครั้งเดียว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยียกกระชับผิว เช่น HIFU, RF และ ThermageFLX ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกว่า “ผลลัพธ์ไม่ค่อยชัด” เช่น

เลือกหัวข้อที่สนใจอ่าน hide
  • ทำ HIFU หลายรอบแต่กรอบหน้ายังไม่คม
  • ทำ RF แล้วรู้สึกอุ่น ๆ แต่ผิวไม่กระชับขึ้นจริง
  • มีเหนียงหรือแก้มก้อนล่างที่ยังเด่น
  • หน้าดูหย่อนแม้จะยังอายุไม่มาก

สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาความหย่อนคล้อย ไม่ได้เกิดในชั้นผิวเดียว แต่กระทบทั้ง:

  • ผิวหนังชั้นบน (epidermis–dermis)
  • คอลลาเจนชั้นกลาง
  • ชั้นไขมันตื้น–ลึก
  • พังผืด (fibrous septa)
  • และชั้นลึกบริเวณใกล้ SMAS

จึงทำให้เครื่องมือที่ลงได้แค่บางชั้น ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใบหน้าได้ครบ

นี่คือเหตุผลที่ XERF ถูกพัฒนาขึ้นโดย Cynosure (USA) และ Lutronic (Korea) เพื่อให้เป็น Monopolar Dual-Frequency RF รุ่นใหม่ ที่ออกแบบให้พลังงานลงได้ลึกกว่า RF ทั่วไป และให้ผล “ยก–ลีน–กระชับ” ในครั้งเดียว โดยให้ลุคที่เป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง และไม่ปลอม

เพราะผลลัพธ์ที่คมชัดและเห็นจริงในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ XERF จึงถูกขนานนามว่า “ยกหน้านางงาม”

ทำไมหน้าอ้วน เหนียงเยอะ หรือผิวหย่อน ถึงรักษายากกว่าวิธีที่หลายคนเคยทำ

1) ผิวที่เหี่ยวบางลงตามอายุ (Dermal thinning)

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจน–อิลาสตินลดลง ผิวจึงเริ่มยืดและตก

2) ไขมันสะสมมากขึ้นในชั้นแก้มล่างและใต้คาง

โดยเฉพาะบริเวณ:

  • buccal fat (แก้มก้อนล่าง)
  • preplatysmal fat (เหนียง)
  • submandibular fat

ไขมันเหล่านี้ทำให้หน้า “ไหลลงล่าง” แม้น้ำหนักไม่เพิ่ม

3) การเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกและพังผืดตามวัย

กระดูกกรามและคางลด volume → ผิวไม่มีฐานรองรับ → หย่อนเร็วขึ้น

4) เครื่องเก่าลงไม่ถึงชั้นลึกหรือไม่สามารถลีนไขมันได้

HIFU — ลงลึกแต่ไม่ช่วยไขมัน

RF ทั่วไป — อุ่นตื้น ไม่ยก

Thermage — ยกแต่ไม่ลีนไขมัน

XERF แก้ปัญหานี้ ด้วยการยิงลงทั้งผิว–ไขมัน–ชั้นลึกพร้อมกันในครั้งเดียว

XERF ทำงานอย่างไร 

หัวใจของ XERF คือ พลังงาน Monopolar RF ที่มีความสามารถกระจายลงลึกกว่า RF ชนิดอื่นหลายเท่า เมื่อรวมกับระบบ Dual-Frequency ทำให้พลังงานครอบคลุมหลายชั้นผิวพร้อมกัน

1) Monopolar RF  กระจายพลังงานแบบลึก (เหมือน ThermageFLX แต่คุมแม่นกว่า)

Monopolar RF สามารถลงลึกผ่านผิวและไขมันไปจนถึงชั้นพังผืดและชั้นใกล้ SMAS โดยขึ้นกับความต้านทานของเนื้อเยื่อแต่ละชั้น

2) Dual-Frequency RF → ยิงสลับ 2 ความถี่

  • 6.78 MHz → กระชับผิวชั้นบน–กลาง, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
  • 2 MHz → ลงชั้นไขมันลึก, เกิดการลีนไขมันแบบเฉพาะจุด

กลไกนี้ทำให้ผลลัพธ์เกิดทั้ง “ผิวแน่น–ไขมันหาย–กรอบหน้าคม”

3) พลังงานสามารถลงถึงบริเวณใกล้ SMAS

ขึ้นกับความหนาผิวของผู้ป่วยแต่ละคน

ผลที่ได้จึงเหมือนทำ HIFU + RF + Fat Reduction รวมกันในเครื่องเดียว

4) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงทางกายวิภาค

  • Collagen remodeling → ผิวตึงขึ้น
  • Fat apoptosis → แก้ม/เหนียงลีนลง
  • Retaining ligaments กระชับ → ใบหน้ายก
  • Deep fascia ทำงานดีขึ้น → กรอบหน้าคมเฉียบ

ทั้งหมดนี้เกิดใน ครั้งเดียว โดยไม่ต้องทำหลายเครื่อง

ตารางเปรียบเทียบ XERF vs HIFU vs ThermageFLX

เทคโนโลยีความลึกของพลังงานลีนไขมันความเจ็บผลลัพธ์เด่นเหมาะสำหรับ
XERF (Monopolar Dual-Frequency RF)Dermis → Fat → Deep fascia ใกล้ SMAS✔ ชัดเจนปานกลางยก + ลีนไขมัน + ผิวแน่น + กรอบหน้าคมหน้าอ้วน เหนียงเยอะ ผิวหย่อน
HIFUSMAS เป็นหลักต่ำ–กลางยกชั้นลึกต้องการยกอย่างเดียว
ThermageFLXDermis–deep dermisสูงสุดผิวแน่นผิวหนา หย่อนระดับเบา–กลาง

ทำไม XERF จึงให้ผลชัดกว่าการทำ HIFU หรือ RF แบบทั่วไป

1) ลงลึกแบบ Thermage + ยกแบบ HIFU + ลีนไขมันในเครื่องเดียว

วิธีเดิมแก้ได้ทีละชั้น

XERF แก้ได้ทุกชั้นพร้อมกัน

2) ช่วยลีนไขมันเฉพาะจุดได้จริง

โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นปัญหามากที่สุด เช่น

  • แก้มก้อนล่าง
  • เหนียง
  • ขอบกรามที่ดูเบลอ

3) ทำให้ใบหน้า “ยกแบบเป็นธรรมชาติ” ไม่แข็ง

เพราะไม่ได้อาศัยการยิงพลังงานพุ่งลงจุดเดียวแบบ HIFU แต่เป็นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ให้ทุกชั้นทำงานร่วมกัน

4) ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า RF ทั่วไป

เนื่องจากกลไกลงลึกถึง deep fascia ทำให้การยกคงตัวได้นาน 8–12 เดือน

ทำไมต้องทำ XERF ที่ The Vanish Clinic 

ผลลัพธ์สูงกว่าเพราะ “เทคนิคเฉพาะทางแพทย์”

ผลลัพธ์ของ XERF ไม่ได้ขึ้นกับเครื่องเพียงอย่างเดียว

แต่ขึ้นกับ “ทักษะการประเมินชั้นผิวและการเลือกความลึก” ซึ่งเป็นจุดแข็งของ The Vanish Clinic

XERF ทำงานอย่างไร 

1) Multi-Layer Facial Assessment (ประเมินโครงหน้าแบบ 4 ชั้น)

แพทย์ประเมินชั้น:

  • ผิว (dermis)
  • ไขมันตื้น–ลึก
  • พังผืด (fibrous septa)
  • ชั้น fascial ใกล้ SMAS

เพื่อกำหนดว่า “ควรลงพลังงานชั้นไหนเป็นหลัก”

2) Deep-Fat Sculpting Technique เฉพาะของคลินิก

เหมาะสำหรับเคสหน้าอ้วน–เหนียงมาก

แพทย์จะใช้ 2 MHz ยิงอย่างแม่นยำเพื่อลีนไขมันเฉพาะจุดโดยไม่ทำให้หน้าแอ่งหรือคมจนเกินไป

3) Vector-Based Lifting (แนวยกเฉพาะบุคคล)

แตกต่างจากการยิงตามจำนวนช็อตแบบทั่วไป

เพราะโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน “ยกไม่เหมือนกัน”

4) ได้ผลมากกว่า RF ทั่วไป 2–3 เท่าในเคสแก้มและเหนียง

โดยเฉพาะผู้ที่เคยทำ HIFU แล้ว “ไม่ขึ้น”

ผลลัพธ์หลังทำ XERF: การเปลี่ยนแปลงที่เห็นจากวันแรกถึงเดือนที่ 3

แม้ XERF จะให้ผลลัพธ์บางส่วนทันที แต่ผลเต็มที่เกิดจากกระบวนการทางชีวภาพ (biological remodeling) ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนโครงสร้างผิวอย่างเป็นธรรมชาติ

ทันทีหลังทำ (0–24 ชั่วโมง)

  • ผิวแน่นขึ้น 10–20%
  • รู้สึกหน้า “เบาขึ้น” เพราะการหดตัวของเนื้อเยื่อ
  • กรอบหน้าดูเรียบขึ้นเล็กน้อย
  • ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น

ความรู้สึกนี้เกิดจากการหดตัวของคอลลาเจนทันทีหลังได้รับความร้อน

สัปดาห์ที่ 1–2: ผิวเริ่มเฟิร์มขึ้น

  • คอลลาเจนเริ่มจัดเรียงใหม่ (neocollagenesis)
  • ผิวด้านบน–กลางตึงขึ้น
  • เริ่มเห็นว่าแก้มและเหนียง “ลดเทกซ์เจอร์”

ผู้ป่วยบางรายบอกว่า “หน้าเรียบขึ้นเหมือนฟิลเตอร์”

สัปดาห์ที่ 2–4: ไขมันลีนลง → กรอบหน้าคมขึ้นชัดเจน

นี่คือช่วงที่มักเห็นการเปลี่ยนแปลงเด่นที่สุด:

  • ไขมันแก้มล่าง & ใต้คางลดลงตามหลัก fat apoptosis
  • กรอบหน้าดูชัดขึ้น
  • เส้นขอบกราม (jawline) เฉียบขึ้น
  • แก้มตกดูยกขึ้น

ผู้ป่วยมักได้รับคำชมว่า “ผอมลงหรือเปล่า?”

เดือนที่ 1–3: ผลลัพธ์เข้าที่ที่สุด

  • โครงสร้างผิวชั้นลึกกระชับเต็มที่
  • คอลลาเจนใหม่เติมเต็ม
  • ผิวแน่นและยกขึ้น
  • ใบหน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
  • กรอบหน้าชัดแบบไม่แข็ง

นี่คือช่วงที่ผู้ป่วยชอบที่สุด เพราะการเปลี่ยนแปลงจะ “คงตัว” และดูสวยแบบไม่รู้ว่าผ่านหัตถการมา

ข้อจำกัดและสิ่งที่แพทย์ต้องประเมินก่อนทำ XERF

แม้ XERF จะเหมาะกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ยังมีข้อจำกัดที่แพทย์ต้องพิจารณา:

1) ผู้มีไขมันบนใบหน้าน้อยมาก

การยิงลึกมากเกินไปอาจทำให้ยกคมเกินธรรมชาติ

→ แพทย์ต้องปรับพลังงานและตำแหน่งยิง

2) ผู้มีโลหะฝังในใบหน้า (metal implants)

RF อาจมีผลต่อความร้อน

→ ต้องประเมินเป็นรายเคส

3) ผิวอักเสบ, โรคผิวหนังเฉียบพลัน, แพ้ร้อนง่าย

จำเป็นต้องรักษาก่อนทำ

4) ผู้ตั้งครรภ์

หลีกเลี่ยงทุกกรณีเพื่อความปลอดภัย

Clinical Note:

ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ The Vanish Clinic ให้ความสำคัญกับ การประเมินหลายชั้น ก่อนทำ XERF ทุกเคส

FAQ ที่คนไข้ถามบ่อยเกี่ยวกับ XERF

XERF เจ็บไหม?

เจ็บน้อยกว่า Thermage อย่างชัดเจน

รู้สึกอุ่นลึกแบบ “จี้เป็นจังหวะ”

ส่วนใหญ่ทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา

กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

  • ครั้งแรกเริ่มเห็นทันที
  • ผลชัดใน 2–4 สัปดาห์
  • ถ้าต้องการผลละเอียดยิบ แนะนำ 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน

ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?

ประมาณ 8–12 เดือน

ขึ้นกับอายุและการดูแลผิว

ลีนไขมันแล้วหน้าจะตอบไหม?

ไม่ตอบ เพราะ XERF ลีนเฉพาะ fat compartment ที่เป็นก้อน

แพทย์จะออกแบบให้เกิดความสมดุล ไม่ทำให้หน้าแอ่ง

ต้องฉีดฟิลเลอร์หรือ HIFU ร่วมไหม?

โดยมากไม่จำเป็น

แต่เคสผิวบางมากหรือหย่อนหนัก อาจเสริมฟิลเลอร์/บูสเตอร์บางจุด

ราคา XERF ขึ้นกับอะไรบ้าง

ปัจจัยที่ทำให้ราคาผันแปร ได้แก่:

  • ความหนาของชั้นผิว
  • ปริมาณไขมันที่ต้องลีน
  • ความยากของโครงหน้า
  • จำนวนช็อตที่ใช้
  • ต้องทำร่วมกับโปรแกรมอื่นหรือไม่
  • เทคนิคแพทย์ (เช่น Deep-Fat Sculpting)

Clinical Perspective จากแพทย์ The Vanish Clinic

“สิ่งที่หมอชอบมากใน XERF คือความสามารถในการให้พลังงานหลายชั้นได้พร้อมกัน โดยเฉพาะในเคสแก้มล่างย้อย เหนียงเยอะ หรือหน้าดูหนักจาก deep fat เมื่อยิงด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง พลังงานสามารถลงถึงบริเวณใกล้ SMAS ทำให้ผลลัพธ์ของการยกและกระชับชั้นลึกมีความใกล้เคียงกับการทำ HIFU + RF รวมกัน แต่ยังได้ความเป็นธรรมชาติสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไข้ยุคนี้ต้องการที่สุด”

แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ระดับสากล

  • American Academy of Dermatology — Non-surgical skin tightening
  • Journal of Cosmetic and Laser Therapy — Clinical efficacy of monopolar RF
  • Dermatologic Surgery Journal — Collagen remodeling by radiofrequency
  • Cleveland Clinic — Submental fat reduction
  • Mayo Clinic — Radiofrequency for skin tightening
  • Int J Cosmet Sci — Heat-induced fat apoptosis and remodeling