ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เทคโนโลยียกกระชับผิว เช่น HIFU, RF และ ThermageFLX ได้รับความนิยมอย่างมาก แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยกลับรู้สึกว่า “ผลลัพธ์ไม่ค่อยชัด” เช่น
- ทำ HIFU หลายรอบแต่กรอบหน้ายังไม่คม
- ทำ RF แล้วรู้สึกอุ่น ๆ แต่ผิวไม่กระชับขึ้นจริง
- มีเหนียงหรือแก้มก้อนล่างที่ยังเด่น
- หน้าดูหย่อนแม้จะยังอายุไม่มาก
สาเหตุสำคัญมาจากปัญหาความหย่อนคล้อย ไม่ได้เกิดในชั้นผิวเดียว แต่กระทบทั้ง:
- ผิวหนังชั้นบน (epidermis–dermis)
- คอลลาเจนชั้นกลาง
- ชั้นไขมันตื้น–ลึก
- พังผืด (fibrous septa)
- และชั้นลึกบริเวณใกล้ SMAS
จึงทำให้เครื่องมือที่ลงได้แค่บางชั้น ไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างใบหน้าได้ครบ
นี่คือเหตุผลที่ XERF ถูกพัฒนาขึ้นโดย Cynosure (USA) และ Lutronic (Korea) เพื่อให้เป็น Monopolar Dual-Frequency RF รุ่นใหม่ ที่ออกแบบให้พลังงานลงได้ลึกกว่า RF ทั่วไป และให้ผล “ยก–ลีน–กระชับ” ในครั้งเดียว โดยให้ลุคที่เป็นธรรมชาติ ไม่แข็ง และไม่ปลอม
เพราะผลลัพธ์ที่คมชัดและเห็นจริงในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์ XERF จึงถูกขนานนามว่า “ยกหน้านางงาม”
ทำไมหน้าอ้วน เหนียงเยอะ หรือผิวหย่อน ถึงรักษายากกว่าวิธีที่หลายคนเคยทำ
1) ผิวที่เหี่ยวบางลงตามอายุ (Dermal thinning)
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น คอลลาเจน–อิลาสตินลดลง ผิวจึงเริ่มยืดและตก
2) ไขมันสะสมมากขึ้นในชั้นแก้มล่างและใต้คาง
โดยเฉพาะบริเวณ:
- buccal fat (แก้มก้อนล่าง)
- preplatysmal fat (เหนียง)
- submandibular fat
ไขมันเหล่านี้ทำให้หน้า “ไหลลงล่าง” แม้น้ำหนักไม่เพิ่ม
3) การเปลี่ยนโครงสร้างกระดูกและพังผืดตามวัย
กระดูกกรามและคางลด volume → ผิวไม่มีฐานรองรับ → หย่อนเร็วขึ้น
4) เครื่องเก่าลงไม่ถึงชั้นลึกหรือไม่สามารถลีนไขมันได้
HIFU — ลงลึกแต่ไม่ช่วยไขมัน
RF ทั่วไป — อุ่นตื้น ไม่ยก
Thermage — ยกแต่ไม่ลีนไขมัน
XERF แก้ปัญหานี้ ด้วยการยิงลงทั้งผิว–ไขมัน–ชั้นลึกพร้อมกันในครั้งเดียว
XERF ทำงานอย่างไร
หัวใจของ XERF คือ พลังงาน Monopolar RF ที่มีความสามารถกระจายลงลึกกว่า RF ชนิดอื่นหลายเท่า เมื่อรวมกับระบบ Dual-Frequency ทำให้พลังงานครอบคลุมหลายชั้นผิวพร้อมกัน
1) Monopolar RF กระจายพลังงานแบบลึก (เหมือน ThermageFLX แต่คุมแม่นกว่า)
Monopolar RF สามารถลงลึกผ่านผิวและไขมันไปจนถึงชั้นพังผืดและชั้นใกล้ SMAS โดยขึ้นกับความต้านทานของเนื้อเยื่อแต่ละชั้น
2) Dual-Frequency RF → ยิงสลับ 2 ความถี่
- 6.78 MHz → กระชับผิวชั้นบน–กลาง, กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
- 2 MHz → ลงชั้นไขมันลึก, เกิดการลีนไขมันแบบเฉพาะจุด
กลไกนี้ทำให้ผลลัพธ์เกิดทั้ง “ผิวแน่น–ไขมันหาย–กรอบหน้าคม”
3) พลังงานสามารถลงถึงบริเวณใกล้ SMAS
ขึ้นกับความหนาผิวของผู้ป่วยแต่ละคน
ผลที่ได้จึงเหมือนทำ HIFU + RF + Fat Reduction รวมกันในเครื่องเดียว
4) ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงทางกายวิภาค
- Collagen remodeling → ผิวตึงขึ้น
- Fat apoptosis → แก้ม/เหนียงลีนลง
- Retaining ligaments กระชับ → ใบหน้ายก
- Deep fascia ทำงานดีขึ้น → กรอบหน้าคมเฉียบ
ทั้งหมดนี้เกิดใน ครั้งเดียว โดยไม่ต้องทำหลายเครื่อง
ตารางเปรียบเทียบ XERF vs HIFU vs ThermageFLX
| เทคโนโลยี | ความลึกของพลังงาน | ลีนไขมัน | ความเจ็บ | ผลลัพธ์เด่น | เหมาะสำหรับ |
| XERF (Monopolar Dual-Frequency RF) | Dermis → Fat → Deep fascia ใกล้ SMAS | ✔ ชัดเจน | ปานกลาง | ยก + ลีนไขมัน + ผิวแน่น + กรอบหน้าคม | หน้าอ้วน เหนียงเยอะ ผิวหย่อน |
| HIFU | SMAS เป็นหลัก | ✘ | ต่ำ–กลาง | ยกชั้นลึก | ต้องการยกอย่างเดียว |
| ThermageFLX | Dermis–deep dermis | ✘ | สูงสุด | ผิวแน่น | ผิวหนา หย่อนระดับเบา–กลาง |
ทำไม XERF จึงให้ผลชัดกว่าการทำ HIFU หรือ RF แบบทั่วไป
1) ลงลึกแบบ Thermage + ยกแบบ HIFU + ลีนไขมันในเครื่องเดียว
วิธีเดิมแก้ได้ทีละชั้น
XERF แก้ได้ทุกชั้นพร้อมกัน
2) ช่วยลีนไขมันเฉพาะจุดได้จริง
โดยเฉพาะบริเวณที่เป็นปัญหามากที่สุด เช่น
- แก้มก้อนล่าง
- เหนียง
- ขอบกรามที่ดูเบลอ
3) ทำให้ใบหน้า “ยกแบบเป็นธรรมชาติ” ไม่แข็ง
เพราะไม่ได้อาศัยการยิงพลังงานพุ่งลงจุดเดียวแบบ HIFU แต่เป็นการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ให้ทุกชั้นทำงานร่วมกัน
4) ผลลัพธ์อยู่ได้นานกว่า RF ทั่วไป
เนื่องจากกลไกลงลึกถึง deep fascia ทำให้การยกคงตัวได้นาน 8–12 เดือน
ทำไมต้องทำ XERF ที่ The Vanish Clinic
ผลลัพธ์สูงกว่าเพราะ “เทคนิคเฉพาะทางแพทย์”
ผลลัพธ์ของ XERF ไม่ได้ขึ้นกับเครื่องเพียงอย่างเดียว
แต่ขึ้นกับ “ทักษะการประเมินชั้นผิวและการเลือกความลึก” ซึ่งเป็นจุดแข็งของ The Vanish Clinic

1) Multi-Layer Facial Assessment (ประเมินโครงหน้าแบบ 4 ชั้น)
แพทย์ประเมินชั้น:
- ผิว (dermis)
- ไขมันตื้น–ลึก
- พังผืด (fibrous septa)
- ชั้น fascial ใกล้ SMAS
เพื่อกำหนดว่า “ควรลงพลังงานชั้นไหนเป็นหลัก”
2) Deep-Fat Sculpting Technique เฉพาะของคลินิก
เหมาะสำหรับเคสหน้าอ้วน–เหนียงมาก
แพทย์จะใช้ 2 MHz ยิงอย่างแม่นยำเพื่อลีนไขมันเฉพาะจุดโดยไม่ทำให้หน้าแอ่งหรือคมจนเกินไป
3) Vector-Based Lifting (แนวยกเฉพาะบุคคล)
แตกต่างจากการยิงตามจำนวนช็อตแบบทั่วไป
เพราะโครงสร้างใบหน้าแต่ละคน “ยกไม่เหมือนกัน”
4) ได้ผลมากกว่า RF ทั่วไป 2–3 เท่าในเคสแก้มและเหนียง
โดยเฉพาะผู้ที่เคยทำ HIFU แล้ว “ไม่ขึ้น”
ผลลัพธ์หลังทำ XERF: การเปลี่ยนแปลงที่เห็นจากวันแรกถึงเดือนที่ 3
แม้ XERF จะให้ผลลัพธ์บางส่วนทันที แต่ผลเต็มที่เกิดจากกระบวนการทางชีวภาพ (biological remodeling) ที่ค่อย ๆ เปลี่ยนโครงสร้างผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
ทันทีหลังทำ (0–24 ชั่วโมง)
- ผิวแน่นขึ้น 10–20%
- รู้สึกหน้า “เบาขึ้น” เพราะการหดตัวของเนื้อเยื่อ
- กรอบหน้าดูเรียบขึ้นเล็กน้อย
- ไม่มีแผล ไม่ต้องพักฟื้น
ความรู้สึกนี้เกิดจากการหดตัวของคอลลาเจนทันทีหลังได้รับความร้อน
สัปดาห์ที่ 1–2: ผิวเริ่มเฟิร์มขึ้น
- คอลลาเจนเริ่มจัดเรียงใหม่ (neocollagenesis)
- ผิวด้านบน–กลางตึงขึ้น
- เริ่มเห็นว่าแก้มและเหนียง “ลดเทกซ์เจอร์”
ผู้ป่วยบางรายบอกว่า “หน้าเรียบขึ้นเหมือนฟิลเตอร์”
สัปดาห์ที่ 2–4: ไขมันลีนลง → กรอบหน้าคมขึ้นชัดเจน
นี่คือช่วงที่มักเห็นการเปลี่ยนแปลงเด่นที่สุด:
- ไขมันแก้มล่าง & ใต้คางลดลงตามหลัก fat apoptosis
- กรอบหน้าดูชัดขึ้น
- เส้นขอบกราม (jawline) เฉียบขึ้น
- แก้มตกดูยกขึ้น
ผู้ป่วยมักได้รับคำชมว่า “ผอมลงหรือเปล่า?”
เดือนที่ 1–3: ผลลัพธ์เข้าที่ที่สุด
- โครงสร้างผิวชั้นลึกกระชับเต็มที่
- คอลลาเจนใหม่เติมเต็ม
- ผิวแน่นและยกขึ้น
- ใบหน้าเรียวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- กรอบหน้าชัดแบบไม่แข็ง
นี่คือช่วงที่ผู้ป่วยชอบที่สุด เพราะการเปลี่ยนแปลงจะ “คงตัว” และดูสวยแบบไม่รู้ว่าผ่านหัตถการมา

ข้อจำกัดและสิ่งที่แพทย์ต้องประเมินก่อนทำ XERF
แม้ XERF จะเหมาะกับผู้ป่วยส่วนใหญ่ แต่ยังมีข้อจำกัดที่แพทย์ต้องพิจารณา:
1) ผู้มีไขมันบนใบหน้าน้อยมาก
การยิงลึกมากเกินไปอาจทำให้ยกคมเกินธรรมชาติ
→ แพทย์ต้องปรับพลังงานและตำแหน่งยิง
2) ผู้มีโลหะฝังในใบหน้า (metal implants)
RF อาจมีผลต่อความร้อน
→ ต้องประเมินเป็นรายเคส
3) ผิวอักเสบ, โรคผิวหนังเฉียบพลัน, แพ้ร้อนง่าย
จำเป็นต้องรักษาก่อนทำ
4) ผู้ตั้งครรภ์
หลีกเลี่ยงทุกกรณีเพื่อความปลอดภัย
Clinical Note:
ข้อจำกัดเหล่านี้เป็นเหตุผลที่ The Vanish Clinic ให้ความสำคัญกับ การประเมินหลายชั้น ก่อนทำ XERF ทุกเคส
FAQ ที่คนไข้ถามบ่อยเกี่ยวกับ XERF
XERF เจ็บไหม?
เจ็บน้อยกว่า Thermage อย่างชัดเจน
รู้สึกอุ่นลึกแบบ “จี้เป็นจังหวะ”
ส่วนใหญ่ทำได้โดยไม่ต้องใช้ยาชา
กี่ครั้งถึงจะเห็นผล?
- ครั้งแรกเริ่มเห็นทันที
- ผลชัดใน 2–4 สัปดาห์
- ถ้าต้องการผลละเอียดยิบ แนะนำ 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน
ผลลัพธ์อยู่ได้นานแค่ไหน?
ประมาณ 8–12 เดือน
ขึ้นกับอายุและการดูแลผิว
ลีนไขมันแล้วหน้าจะตอบไหม?
ไม่ตอบ เพราะ XERF ลีนเฉพาะ fat compartment ที่เป็นก้อน
แพทย์จะออกแบบให้เกิดความสมดุล ไม่ทำให้หน้าแอ่ง
ต้องฉีดฟิลเลอร์หรือ HIFU ร่วมไหม?
โดยมากไม่จำเป็น
แต่เคสผิวบางมากหรือหย่อนหนัก อาจเสริมฟิลเลอร์/บูสเตอร์บางจุด
ราคา XERF ขึ้นกับอะไรบ้าง
ปัจจัยที่ทำให้ราคาผันแปร ได้แก่:
- ความหนาของชั้นผิว
- ปริมาณไขมันที่ต้องลีน
- ความยากของโครงหน้า
- จำนวนช็อตที่ใช้
- ต้องทำร่วมกับโปรแกรมอื่นหรือไม่
- เทคนิคแพทย์ (เช่น Deep-Fat Sculpting)
Clinical Perspective จากแพทย์ The Vanish Clinic
“สิ่งที่หมอชอบมากใน XERF คือความสามารถในการให้พลังงานหลายชั้นได้พร้อมกัน โดยเฉพาะในเคสแก้มล่างย้อย เหนียงเยอะ หรือหน้าดูหนักจาก deep fat เมื่อยิงด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง พลังงานสามารถลงถึงบริเวณใกล้ SMAS ทำให้ผลลัพธ์ของการยกและกระชับชั้นลึกมีความใกล้เคียงกับการทำ HIFU + RF รวมกัน แต่ยังได้ความเป็นธรรมชาติสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไข้ยุคนี้ต้องการที่สุด”
แหล่งอ้างอิงทางการแพทย์ระดับสากล
- American Academy of Dermatology — Non-surgical skin tightening
- Journal of Cosmetic and Laser Therapy — Clinical efficacy of monopolar RF
- Dermatologic Surgery Journal — Collagen remodeling by radiofrequency
- Cleveland Clinic — Submental fat reduction
- Mayo Clinic — Radiofrequency for skin tightening
- Int J Cosmet Sci — Heat-induced fat apoptosis and remodeling




