เราเข้าใจดีว่าความต้องการของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ปัญหาผิวต่างๆ เช่น ริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หรือผิวที่ขาดความกระชับ มักปรากฏชัดเจนขึ้น การมองหาวิธีการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยั่งยืนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ในปัจจุบัน นวัตกรรมด้านความงามก้าวหน้าไปมาก และหนึ่งในเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายคือ Juvelook (จูวีลุค) ซึ่งเป็น PLLA Hybrid Filler ที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า Juvelook คืออะไร ช่วยเรื่องอะไร เหมาะกับใครบ้าง และเหตุใดจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการดูแลผิวของคุณ
Juvelook คืออะไร? ทำความเข้าใจส่วนประกอบและหลักการทำงาน
Juvelook คือ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในกลุ่ม PLLA Hybrid Filler ที่ผสมผสานคุณสมบัติเด่นของสารสองชนิดเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ได้แก่ Poly-D,L-Lactic Acid (PDLLA) ซึ่งเป็นอนุพันธ์ของกรด Polylactic Acid และ Hyaluronic Acid (HA) ชนิดไม่เชื่อมโยงกัน (Non-crosslinked HA) สารทั้งสองชนิดนี้ได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาของเกาหลี (KFDA) และกำลังเป็นที่นิยมในวงการความงามทั่วโลก [อ้างอิงจาก Juvelook Official Website: https://juvelook.com/]
ส่วนประกอบสำคัญ:
- Poly-D,L-Lactic Acid (PDLLA): เป็นอนุภาคขนาดเล็กในรูปแบบไมโครสเฟียร์ มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเส้นใยอีลาสตินในชั้นผิวตามธรรมชาติ เมื่อฉีดเข้าไปในผิว สารนี้จะค่อยๆ สลายตัวไปพร้อมๆ กับการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผลลัพธ์มีความคงทนและเป็นธรรมชาติ
- Hyaluronic Acid (HA) ชนิดไม่เชื่อมโยงกัน: ทำหน้าที่เป็นสารเติมเต็มและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวในทันทีหลังการฉีด ช่วยให้ผิวดูอิ่มฟู ลดเลือนริ้วรอยตื้นๆ ได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยเป็นโครงร่างให้ PDLLA สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการทำงานของ Juvelook:
กลไกการทำงานของ Juvelook เป็นแบบ 2 ขั้นตอนที่เสริมฤทธิ์กัน:
- เติมเต็มและให้ความชุ่มชื้นทันที: ด้วยคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid ที่ช่วยดึงดูดน้ำเข้าสู่ผิว จึงสามารถเติมเต็มร่องริ้วรอยเล็กๆ และเพิ่มวอลลุ่มให้ผิวดูอิ่มฟูขึ้นได้ทันทีหลังการฉีด
- กระตุ้นคอลลาเจนระยะยาว: อนุภาค PDLLA จะเริ่มทำงานโดยการเข้าไปกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์หลักในการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว เมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผิวจะค่อยๆ แข็งแรงขึ้น ยืดหยุ่นขึ้น และริ้วรอยต่างๆ ดูจางลงอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์นี้จะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงไม่กี่เดือน และคงอยู่ได้นาน
เทคโนโลยี PLLA Hybrid Filler คืออะไร?
PLLA Hybrid Filler เป็นนวัตกรรมที่พัฒนาต่อยอดจากฟิลเลอร์ประเภทกระตุ้นคอลลาเจนแบบดั้งเดิม โดยการนำ Poly-L-Lactic Acid (PLLA) หรือในกรณีของ Juvelook คือ Poly-D,L-Lactic Acid (PDLLA) ซึ่งเป็นสารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้ดี มาผสานเข้ากับ Hyaluronic Acid (HA)
ความพิเศษของเทคโนโลยี Hybrid นี้คือการที่ HA ช่วยให้ผลลัพธ์ดูดีขึ้นทันทีหลังการฉีด ในขณะที่ PDLLA จะค่อยๆ ทำงานกระตุ้นคอลลาเจนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ทั้งรวดเร็วและยั่งยืน ผิวดูอิ่มฟูและได้รับการฟื้นฟูจากภายในอย่างแท้จริง
Juvelook ช่วยอะไรได้บ้าง? ประโยชน์และผลลัพธ์ที่คาดหวัง
Juvelook ได้รับการออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาผิวหลากหลายประการ และมอบผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ดังนี้:
- ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก: เหมาะสำหรับริ้วรอยตื้นๆ และริ้วรอยที่เกิดจากการขาดคอลลาเจน เช่น ริ้วรอยรอบดวงตา (Fine lines), ริ้วรอยหน้าผาก, ร่องแก้มตื้นๆ หรือร่องน้ำหมาก
- กระชับรูขุมขน: การสร้างคอลลาเจนใหม่ช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้รูขุมขนที่กว้างดูกระชับและเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด
- ปรับผิวให้เรียบเนียนและสม่ำเสมอ: คอลลาเจนที่เพิ่มขึ้นช่วยฟื้นฟูผิวให้มีพื้นผิวที่เรียบเนียนขึ้น ลดปัญหาผิวขรุขระจากหลุมสิวตื้นๆ
- ฟื้นฟูสภาพผิวให้กระจ่างใสและดูอ่อนเยาว์: ผิวที่มีคอลลาเจนเพียงพอจะดูมีชีวิตชีวา เปล่งปลั่ง ลดความหมองคล้ำ และมีสุขภาพดีขึ้นโดยรวม
- เพิ่มความยืดหยุ่นและความกระชับ: ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่นและกระชับขึ้นตามธรรมชาติ ลดความหย่อนคล้อยเล็กน้อย
Juvelook เหมาะกับใคร?
Juvelook เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่:
- มีปัญหาริ้วรอยเล็กๆ หรือริ้วรอยตื้นๆ ที่ต้องการการแก้ไขแบบเป็นธรรมชาติ
- ต้องการกระชับรูขุมขนให้ดูเล็กลง ผิวเรียบเนียนขึ้น
- มีปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น ผิวหมองคล้ำ หรือขาดความยืดหยุ่น
- ต้องการกระตุ้นคอลลาเจนในผิวเพื่อฟื้นฟูสภาพผิวโดยรวมให้ดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดี
- มองหาวิธีการรักษาที่ให้ผลลัพธ์ที่ค่อยเป็นค่อยไปและเป็นธรรมชาติ ไม่ดูเปลี่ยนแปลงมากเกินไป
- ผู้ที่เคยฉีดฟิลเลอร์ HA มาก่อนและต้องการผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่า
- ผู้ที่ต้องการเตรียมผิวให้แข็งแรงและสุขภาพดีเพื่อป้องกันปัญหาผิวที่เกิดจากวัย
ข้อควรพิจารณา:
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด หรือมีประวัติการแพ้ส่วนประกอบของ Juvelook ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนการรักษา เพื่อให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมและวางแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัยที่สุด
ผลลัพธ์ของ Juvelook เป็นอย่างไร?
ผลลัพธ์หลังการฉีด Juvelook สามารถแบ่งได้เป็น 2 ระยะ:
- ผลลัพธ์ทันที: หลังการฉีดจะสังเกตเห็นว่าผิวดูอิ่มฟูขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากคุณสมบัติของ Hyaluronic Acid
- ผลลัพธ์ระยะยาว: ผลลัพธ์ที่แท้จริงจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นภายใน 4-6 สัปดาห์หลังการฉีด และจะชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 2-3 เดือนถัดมา เนื่องจากเป็นช่วงที่ PDLLA เริ่มกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง
โดยทั่วไปแล้ว ผลลัพธ์ของ Juvelook สามารถคงอยู่ได้นาน 12-24 เดือน (1-2 ปี) ขึ้นอยู่กับสภาพผิว ปัญหาของแต่ละบุคคล รวมถึงการดูแลตนเองหลังการรักษา เพื่อคงสภาพผลลัพธ์ที่ดี แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการทำซ้ำในระยะเวลาที่เหมาะสม ซึ่งมักจะแนะนำ 1-3 ครั้ง โดยเว้นระยะห่างตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาณญ
Juvelook สามารถฉีดบริเวณไหนได้บ้าง?
Juvelook มีความอ่อนโยนและสามารถฉีดได้หลากหลายบริเวณบนใบหน้า เพื่อแก้ไขปัญหาผิวที่แตกต่างกัน:
- บริเวณใต้ตา: ช่วยลดเลือนริ้วรอยใต้ตา รอยคล้ำใต้ตา และเติมเต็มความอิ่มฟู
- ทั่วใบหน้า: สำหรับการฟื้นฟูผิวโดยรวม ลดริ้วรอยเล็กๆ กระชับรูขุมขน และปรับผิวให้เรียบเนียน
- ลำคอ: ช่วยลดเลือนริ้วรอยบริเวณลำคอที่มักเป็นสัญญาณของวัย
- หลังมือ: ฟื้นฟูผิวบริเวณหลังมือที่มักแห้งกร้านและมีริ้วรอย ให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น
Juvelook ปลอดภัยไหม?
ที่ The Vanish Clinic เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสูงสุดของผู้รับบริการเป็นอันดับแรก Juvelook ถือเป็นหัตถการที่มีความปลอดภัยสูง เมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้ผลิตภัณฑ์ของแท้
ความปลอดภัยของ Juvelook
- ส่วนประกอบชีวภาพ: PDLLA และ HA เป็นสารที่เข้ากันได้ดีกับร่างกายและสามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำให้ไม่มีสารตกค้างสะสม
- การรับรองมาตรฐาน: ผลิตภัณฑ์ Juvelook ได้รับการรับรองจากองค์กรอาหารและยาของประเทศเกาหลี (KFDA) ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานสากล
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ: การกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติช่วยให้ผลลัพธ์ที่ได้ดูเป็นธรรมชาติ ไม่แข็งตึงหรือเปลี่ยนแปลงมากเกินไป
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
เช่นเดียวกับการฉีดสารต่างๆ เข้าสู่ผิวหนัง ผลข้างเคียงที่พบบ่อยหลังการฉีด Juvelook มักเป็นอาการไม่รุนแรงและหายได้เองภายใน 2-3 วัน:
- รอยแดง อาการบวม: บริเวณที่ฉีดอาจมีรอยแดงหรืออาการบวมเล็กน้อย
- รอยช้ำ: อาจเกิดรอยช้ำจางๆ ซึ่งจะค่อยๆ จางหายไปเอง
- อาการเจ็บปวด: รู้สึกเจ็บเล็กน้อยขณะฉีดและหลังการฉีด
- ตุ่มเล็กๆ (Nodules): พบน้อยมาก แต่หากเกิดขึ้น มักเกิดจากการฉีดที่ไม่ถูกวิธีหรือการดูแลหลังฉีดที่ไม่เหมาะสม ซึ่งสามารถแก้ไขได้โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
เพื่อลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัดหลังการรักษา
การเลือกคลินิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับการฉีด Juvelook
การเลือกคลินิกและแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะส่งผลต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของผลลัพธ์
- เลือกคลินิกที่น่าเชื่อถือ: คลินิกควรได้รับอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง มีมาตรฐานด้านสุขอนามัยที่ดี
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์: แพทย์ควรมีความรู้ความเข้าใจในโครงสร้างผิวและกลไกการทำงานของ Juvelook อย่างลึกซึ้ง มีประสบการณ์ในการฉีด และสามารถประเมินปัญหาผิวของแต่ละบุคคลได้อย่างแม่นยำ
- ผลิตภัณฑ์ของแท้: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคลินิกใช้ผลิตภัณฑ์ Juvelook ของแท้ ที่ได้รับการรับรองและมีแหล่งที่มาที่ตรวจสอบได้
- การให้คำปรึกษาที่ละเอียด: แพทย์ควรให้คำปรึกษาอย่างละเอียด ชี้แจงถึงข้อดี ข้อเสีย ความคาดหวังของผลลัพธ์ รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ
ที่ The Vanish Clinic ทีมแพทย์ของเราเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์สูงในการใช้ Juvelook และหัตถการความงามอื่นๆ เราให้ความสำคัญกับการประเมินปัญหาอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการรักษาเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด
ข้อดี-ข้อเสียของ Juvelook พร้อมตารางเปรียบเทียบกับหัตถการอื่น
เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้สรุปข้อดีและข้อเสียของ Juvelook รวมถึงตารางเปรียบเทียบกับหัตถการยอดนิยมอื่นๆ ดังนี้
ข้อดีของ Juvelook:
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ: กระตุ้นคอลลาเจนของตนเอง ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
- ผลลัพธ์คงทน: อยู่ได้นาน 1-2 ปี เนื่องจากเป็นการสร้างคอลลาเจนใหม่
- ช่วยแก้ปัญหาหลากหลาย: ลดริ้วรอย กระชับรูขุมขน ฟื้นฟูผิว
- ความปลอดภัยสูง: สารสลายได้เองตามธรรมชาติ เข้ากันได้ดีกับร่างกาย
ข้อเสียของ Juvelook:
- ผลลัพธ์ไม่เห็นผลทันที: ต้องใช้เวลาในการกระตุ้นคอลลาเจน
- อาจต้องทำหลายครั้ง: เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในบางกรณี
- ราคา: อาจสูงกว่าการฉีด Skin Booster ทั่วไปเล็กน้อย
ตารางเปรียบเทียบ Juvelook กับหัตถการอื่นๆ
| คุณสมบัติ | Juvelook (PLLA Hybrid) | ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) | Skin Booster (HA) | Sculptra (PLLA) |
| ส่วนประกอบหลัก | PDLLA + HA | HA | HA โมเลกุลเล็ก | PLLA |
| กลไกหลัก | กระตุ้นคอลลาเจน + เติมเต็มทันที | เติมเต็ม + เพิ่มวอลลุ่ม | ให้ความชุ่มชื้น + ปรับผิวเรียบ | กระตุ้นคอลลาเจนอย่างเดียว |
| ผลลัพธ์ทันที | เห็นผลเล็กน้อย (จาก HA) | เห็นผลชัดเจน | เห็นผลเรื่องความชุ่มชื้น | ไม่เห็นผลทันที |
| ผลลัพธ์ระยะยาว | ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจากการสร้างคอลลาเจน | คงที่ตามระยะเวลาของฟิลเลอร์ (6-18 เดือน) | ค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อทำต่อเนื่อง | ค่อยๆ ชัดเจนขึ้นจากการสร้างคอลลาเจน |
| ระยะเวลาคงทน | 1-2 ปี | 6-18 เดือน | 3-6 เดือน (ต้องการทำซ้ำ) | 2 ปีขึ้นไป |
| เหมาะสำหรับ | ลดริ้วรอย, รูขุมขน, ฟื้นฟูผิว, กระตุ้นคอลลาเจน | เติมเต็มร่องลึก, เพิ่มวอลลุ่ม | ผิวแห้ง, ขาดความชุ่มชื้น, ผิวไม่เรียบเนียน | ลดริ้วรอยลึก, เพิ่มวอลลุ่มในวงกว้าง, กระตุ้นคอลลาเจน |
ก่อนทำ Juvelook ควรเตรียมตัวอย่างไร?
เพื่อให้การฉีด Juvelook เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย:
- ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าปรึกษาแพทย์ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิว ปัญหาที่ต้องการแก้ไข และอธิบายถึงขั้นตอนการรักษา ผลลัพธ์ที่คาดหวัง และข้อควรระวังต่างๆ
- แจ้งประวัติสุขภาพ: แจ้งให้แพทย์ทราบถึงประวัติการแพ้ยา ยาที่กำลังรับประทานอยู่ รวมถึงโรคประจำตัวต่างๆ
- หลีกเลี่ยงยาบางชนิด: งดใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน วิตามินอี หรืออาหารเสริมบางชนิดที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนทำ เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดรอยช้ำ
- พักผ่อนให้เพียงพอ: เตรียมร่างกายให้พร้อม
หลังทำ Juvelook ควรดูแลตัวเองอย่างไร?
การดูแลหลังทำเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดและลดผลข้างเคียง:
- ประคบเย็น: ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก หากมีอาการบวมแดงหรือรอยช้ำ สามารถประคบเย็นเบาๆ บริเวณที่ฉีดได้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือนวด: งดสัมผัส นวด หรือกดบริเวณที่ฉีดอย่างรุนแรง เพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของสาร
- งดการแต่งหน้า: หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าประมาณ 12-24 ชั่วโมง เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
- หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความร้อนสูง เช่น อบซาวน่า ออกกำลังกายหนักๆ การตากแดดจัดๆ หรือการเลเซอร์/ทรีทเมนต์ผิว ประมาณ 1-2 สัปดาห์
- ดื่มน้ำเยอะๆ: ช่วยให้ผิวได้รับความชุ่มชื้นและส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์: หากมีข้อสงสัยหรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบติดต่อคลินิกเพื่อขอคำแนะนำ
Juvelook ราคาเท่าไร
ราคาการฉีด Juvelook จะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปริมาณที่ใช้ บริเวณที่ฉีด และโปรโมชั่นของแต่ละคลินิก ของ The Vanish Clinic จะอยู่ที่ราคา 1 ขวด 15,500 8CC บริเวณทั่วหน้า + ใต้ตา แนะนำให้ปรึกษาแพทย์และสอบถามราคาจากคลินิกโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับความต้องการของคุณมากที่สุด
Juvelook รีวิวและ Testimonial




สรุป: Juvelook ทางเลือกใหม่เพื่อผิวสวยที่คุณเลือกได้ที่ The Vanish Clinic
Juvelook (จูวีลุค) นับเป็นนวัตกรรมที่น่าจับตามองในวงการความงาม ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นในการฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอก ผ่านการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ผสมผสานกับการเติมเต็มผิวอย่างอ่อนโยน
หากคุณกำลังมองหาวิธีการแก้ไขปัญหาริ้วรอย รูขุมขนกว้าง หรือต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาดูอ่อนเยาว์และมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน Juvelook คือหนึ่งในทางเลือกที่เราภูมิใจนำเสนอ
ที่ The Vanish Clinic เราพร้อมให้คำปรึกษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสภาพผิวของคุณอย่างละเอียด และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้คุณได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุด อย่าลังเลที่จะติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อเข้ารับคำปรึกษาได้ทันที
สนใจ Juvelook ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่ The Vanish Clinic วันนี้!
อย่าปล่อยให้ความสวยรอช้า! มาคุยกับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเราได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรึกษา!
ติดต่อเราตอนนี้ เพื่อรับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับ Juvelook
- โทร: 091-426-3624
- Line ID: @thevanishclinic (มี @ ด้วย)
- Facebook: The Vanish Clinic Official
- ดูข้อมูลเพิ่มเติม: www.thevanishclinic.com
The Vanish Clinic: สวยอย่างปลอดภัย คือสิ่งที่เราให้ความสำคัญ









