pro cta line cta fb cta

Vanish Clinic

Biostimulator คืออะไร? ทางเลือกใหม่แห่งการฟื้นฟูคอลลาเจนผิวให้ดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

ในยุคที่เทรนด์ความงามเน้นความเป็นธรรมชาติ (Natural Look) หลายคนเริ่มมองหานวัตกรรมที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างภายใน แทนที่การเติมเต็มหรือแก้ไขเฉพาะจุดเพียงอย่างเดียว ปัญหาผิวที่พบบ่อย เช่น ความหย่อนคล้อย ริ้วรอยร่องลึก และการสูญเสียคอลลาเจน ทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย

Biostimulator จึงกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะเป็นทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์การมีผิวที่ดูดีขึ้นในแบบที่เป็นตัวเอง ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงจนผิดแปลกไป วันนี้ The Vanish Clinic จะพาไปทำความรู้จักกับการฉีด Biostimulator เพื่อกระตุ้นคอลลาเจนกัน

Biostimulator คืออะไร ?

Biostimulator หรือที่รู้จักกันในหัตถการ ฉีด Biostimulator เพื่อกระตุ้มคอลลาเจน คือกลุ่มสารฉีดเพื่อฟื้นฟูผิวหนัง ที่มีคุณสมบัติพิเศษในการเข้าไป “กระตุ้น” ให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นมาใหม่ตามธรรมชาติในชั้นผิวลึก ซึ่งตอนนี้ Biostimulator ตัวดังก็คือ Juvelook นั่นเอง 

ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Biostimulator และฟิลเลอร์ (Filler) ทั่วไปคือ:

  • ฟิลเลอร์ (Filler): ทำหน้าที่ “เติมเต็ม” (Filling) บริเวณที่มีริ้วรอยร่องลึกหรือส่วนที่ยุบตัวลงไป ให้ผลลัพธ์ที่เห็นได้ทันที
  • Biostimulator: ทำหน้าที่เป็น “ตัวกระตุ้น” (Stimulating) ให้เซลล์ในร่างกายสร้างเส้นใยคอลลาเจนขึ้นมาเอง ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ แต่ให้ผิวที่ดูแน่นกระชับและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติจากโครงสร้างผิวของเราเอง

นอกจากนี้ นวัตกรรม Biostimulator ได้รับการยอมรับและมีงานวิจัยทางการแพทย์มากมายรองรับถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย โดยข้อมูลจาก สมาคมแพทย์ผิวหนังสหรัฐอเมริกา (American Academy of Dermatology – AAD) ระบุว่าสารกลุ่มนี้มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูปริมาตรผิวที่สูญเสียไปตามวัยอีกด้วย

กลไกการทำงานของ Biostimulator

เมื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฉีดสาร Biostimulator ซึ่งในกรณีของ Juvelook คือ อนุภาค PDLLA เข้าไปในชั้นผิวที่เหมาะสม กลไกการ “สร้างผิวใหม่” จะเริ่มต้นขึ้นทันที:

  1. กระตุ้นเซลล์ Fibroblast: อนุภาค PDLLA ที่มีขนาดเล็กและเป็นทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Juvelook จะเข้าไปส่งสัญญาณกระตุ้นเซลล์ที่ชื่อว่า Fibroblast ซึ่งเป็นเซลล์หลักในร่างกายที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจนและอิลาสตินโดยตรง เหมือนเป็นการปลุกให้เซลล์กลับมาตื่นตัวและเริ่มทำงาน
  2. สร้างคอลลาเจน Type I และ Type lll: เมื่อ Fibroblast ถูกกระตุ้น ร่างกายจะค่อยๆ สร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type I Collagen) ซึ่งเป็นคอลลาเจนหลักที่ทำให้ผิวแข็งแรง มีความยืดหยุ่นสูง และเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วย “เติมเต็มหลุมสิว” และพยุงผิวให้แน่นกระชับ ควบคู่ไปกับการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 3 (Type III Collagen) ที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์และนุ่มฟูด้วย
  3. ฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างเป็นธรรมชาติ: เมื่อคอลลาเจนใหม่ถูกสร้างขึ้น โครงสร้างผิวจะแข็งแรงขึ้นจากภายใน ผิวจึงค่อยๆ ตื้นฟูขึ้น ริ้วรอยดูจางลง และคุณภาพผิวโดยรวมดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผลลัพธ์ที่ได้ จะดูเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่การ “เติม” ให้เต็มเท่านั้น แต่คือการ “สร้าง” เนื้อเยื่อผิวของเราเองขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวดูสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ประเภทและยี่ห้อของ Biostimulator ที่นิยม

Biostimulator ที่ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.) ในประเทศไทยและ FDA สหรัฐอเมริกา มีหลายตัว แต่ละตัวมีส่วนประกอบและคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป แต่เทรนด์ที่กำลังมาแรงที่สุดคือการ “สร้างงานผิวละเอียด” ซึ่ง Juvelook ถือเป็นผู้นำและเป็นคำตอบที่ตรงโจทย์ที่สุดในขณะนี้นั่นเอง 

  • Juvelook (Hybrid PDLLA + HA):
    • สารออกฤทธิ์: การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่าง PDLLA อนุภาคเล็กพิเศษ กับ HA (Hyaluronic Acid)
    • จุดเด่น: ให้ผลลัพธ์ 2 ต่อในการทำหัตถการเพียงครั้งเดียวเพราะ
      • ฟื้นฟูระยะยาว (Long-term Rejuvenation): อนุภาค PDLLA จะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเองตามธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ช่วย “เติมเต็มหลุมสิว” ให้ตื้นขึ้น ลดเลือนริ้วรอยร่องตื้น และทำให้ผิวโดยรวมแน่นฟู เรียบเนียนขึ้นอย่างถาวร
      • ผิวฉ่ำวาวทันที (Instant Glow): HA ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มน้ำ สุขภาพดีทันทีหลังทำ
    • เหมาะสำหรับ: ผู้ที่ต้องการแก้ปัญหา หลุมสิว โดยเฉพาะ, ริ้วรอยเล็กๆ, รูขุมขนกว้าง และต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้ดูละเอียดและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
  • Sculptra (Poly-L-lactic acid – PLLA):
    • สารออกฤทธิ์: PLLA เป็นสารที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพและถูกใช้ในวงการแพทย์มานาน
    • จุดเด่น: เน้นการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระยะยาว (Long-term volumization) เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยทั่วใบหน้า ต้องการคืนความแน่นกระชับให้ผิว
    • ผู้ผลิต: Galderma
  • Radiesse (Calcium Hydroxylapatite – CaHA):
    • สารออกฤทธิ์: CaHA เป็นสารประกอบแคลเซียมที่พบได้ในกระดูกและฟัน มีความปลอดภัยสูง
    • จุดเด่น: ให้ผลลัพธ์ 2 ต่อ คือ เติมเต็มเล็กน้อยในทันที และ กระตุ้นคอลลาเจนในระยะยาว เหมาะสำหรับเติมเต็มริ้วรอยร่องลึกพร้อมๆ กับการฟื้นฟูคุณภาพผิว
    • ผู้ผลิต: Merz Aesthetics
  • Ellansé (Polycaprolactone – PCL):
    • สารออกฤทธิ์: PCL เป็นโพลีเมอร์ทางการแพทย์ที่ย่อยสลายได้
    • จุดเด่น: สามารถเลือกระยะเวลาของผลลัพธ์ได้ (มีรุ่น S, M, L, E) ให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าฟิลเลอร์ Hyaluronic Acid ทั่วไป พร้อมคุณสมบัติการกระตุ้นคอลลาเจน
    • ผู้ผลิต: Sinclair Pharma

ถ้าอยากเปรียบเทียบแบบชัดๆ เรามีตารางเปรียบเทียบ Biostimulator แต่ละยี่ห้อมาให้ด้วย

คุณสมบัติJuvelookSculptraRadiesseEllansé
สารออกฤทธิ์Hybrid PDLLA + HAPoly-L-lactic acid (PLLA)Calcium Hydroxylapatite (CaHA)Polycaprolactone (PCL)
กลไกหลักกระตุ้นคอลลาเจน + เติมเต็มผิวให้ดูอิ่มน้ำกระตุ้นคอลลาเจน Type Iเติมเต็มทันที + กระตุ้นคอลลาเจนเติมเต็ม + กระตุ้นคอลลาเจน
ผลลัพธ์เด่นริ้วรอยตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และผิวอิ่มฟูฟื้นฟูโครงสร้างผิว เพิ่มความแน่นยกกระชับ เติมร่องลึกเติมเต็มพร้อมฟื้นฟูผิว
ระยะเวลาเห็นผลชัดเจนขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ และเห็นผลลัพธ์เต็มที่มากที่สุดในช่วง 3-6 เดือน หลังทำหัตถการ1-3 เดือนหลังทำหัตถการเห็นผลทันทีส่วนหนึ่งและดีขึ้นเรื่อยๆ ใน 6 เดือนเห็นผลทันทีและดีขึ้นเรื่อยๆ ใน 6 เดือน
ผลลัพธ์คงอยู่ประมาณ 1-1.5 ปี หรืออาจนานถึง 2 ปีประมาณ 2 ปีประมาณ 1-1.5 ปี1-4 ปี (ขึ้นอยู่กับรุ่น)

Biostimulator เหมาะกับใคร?

  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ขาดความกระชับ กรอบหน้าไม่ชัดเจน
  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวมให้ดูแน่นฟูและสุขภาพดีจากภายใน
  • ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องการให้ใบหน้าดู “เติม” จนเกินไป
  • ผู้ที่มองหาผลลัพธ์ที่ยาวนานและต้องการการลงทุนเพื่อผิวในระยะยาว

ข้อดีของ Biostimulator 

  • ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ: เพราะเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง
  • ผลลัพธ์ยาวนาน: อยู่ได้นาน 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของสารและสภาพผิวของแต่ละบุคคล
  • ฟื้นฟูคุณภาพผิว: นอกจากความกระชับแล้ว ยังช่วยให้ผิวโดยรวมดูสุขภาพดีขึ้น
  • ความปลอดภัยสูง: สารส่วนใหญ่ย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ และผ่านการรับรองจาก อย.

ข้อควรระวังของ Biostimulator 

  • ไม่เห็นผลทันที: ต้องใช้เวลาให้ร่างกายค่อยๆ สร้างคอลลาเจน โดยจะเริ่มเห็นผลชัดเจนที่ 1-3 เดือน
  • ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ: การฉีด Biostimulator ต้องใช้เทคนิคและความรู้ความเข้าใจในกายวิภาคบนใบหน้าอย่างลึกซึ้ง ทีมแพทย์ของ The Vanish Clinic มีประสบการณ์สูงในการปรับรูปหน้าด้วยสารกลุ่มนี้ การฉีดกับแพทย์ที่ไม่ชำนาญอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้
  • ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น: เช่น รอยแดง อาการบวม หรือรอยช้ำบริเวณที่ฉีด ซึ่งจะหายไปเองในไม่กี่วัน ในกรณีที่พบได้น้อยอาจเกิดก้อนใต้ผิวหนัง (Nodules) ซึ่งมักเกิดจากการฉีดที่ผิดเทคนิคหรือการดูแลตัวเองหลังทำที่ไม่ถูกต้อง

การดูแลตัวเองหลังฉีด Biostimulator

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงของผลข้างเคียง ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • การนวดเบาๆ: โดยเฉพาะหลังฉีด Sculptra แพทย์มักแนะนำให้ นวดเบาๆ บริเวณที่ฉีด 5 นาที วันละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน เพื่อให้ยากระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงความร้อน: งดการทำเลเซอร์ ซาวน่า หรือกิจกรรมที่ทำให้หน้าโดนความร้อนจัดใน 1-2 สัปดาห์แรก
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ: การดื่มน้ำมากๆ จะช่วยส่งเสริมกระบวนการสร้างคอลลาเจน
  • บำรุงผิว: ใช้สกินแคร์ที่ให้ความชุ่มชื้นและทาครีมกันแดดเป็นประจำ

Biostimulator ราคาเท่าไหร่?

ราคาของการฉีด Biostimulator จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ ดังนี้

  • ยี่ห้อของผลิตภัณฑ์: Sculptra, Radiesse, และ Ellansé มีราคาแตกต่างกัน
  • ปริมาณ (CC) ที่ใช้: แพทย์จะเป็นผู้ประเมินปริมาณที่เหมาะสมกับปัญหาผิวของแต่ละบุคคล
  • ตำแหน่งที่ฉีดและความเชี่ยวชาญของแพทย์

โดยทั่วไป ราคาในประเทศไทยจะเริ่มต้นที่ประมาณ 25,000 – 40,000 บาทต่อ CC หรือต่อขวด

(FAQ) คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Biostimulator 

Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์ยังไง?

ฟิลเลอร์ เน้นการ “เติมเต็ม” ให้เห็นผลทันที ส่วน Biostimulator เน้นการ “กระตุ้น” ให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเองเพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและยาวนานกว่า

ฉีด Biostimulator แล้วจะเห็นผลเมื่อไหร่?

จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพผิวที่ดีขึ้นใน 4-6 สัปดาห์ และจะเห็นผลลัพธ์เต็มที่ในช่วง 3-6 เดือน แต่หัตถการ Juvelook จะเห็นผลใน 2-4 สัปดาห์ และผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นใน 3-6 เดือน

Biostimulator ต้องทำกี่ครั้งถึงจะเห็นผล?

ขึ้นอยู่กับสภาพผิวเริ่มต้น โดยทั่วไปแพทย์มักแนะนำให้ทำ 1-3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 4-6 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ผลลัพธ์ของ Biostimulator อยู่ได้นานกี่ปี?

โดยเฉลี่ยแล้วผลลัพธ์จะคงอยู่ได้นานประมาณ 1-2 ปี หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับชนิดของ Biostimulator ที่เลือกใช้และการดูแลตัวเอง หากเป็น Juvelook จะอยู่ได้ นานถึง 2 ปี หากดูแลตนเองหลังทำหัตการร่วมไปด้วย

สรุปเรื่อง Biostimulator คืออะไร?

Biostimulator คือเทคโนโลยีการฟื้นฟูผิวแห่งยุคที่ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการคืนความอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติและยั่งยืน อย่างการฉีด Juvelook จากการกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ ทำให้ผิวแน่นกระชับ อิ่มฟู และดูสุขภาพดีจากภายใน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกทำกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและแพทย์ผู้มีความเชี่ยวชาญ เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ที่ The Vanish Clinic เรามีทีมแพทย์ที่พร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายอย่างละเอียด